Home         Downloads       About Us      Webboard         Shopping            Email           News            Pager           Design            MP3            Link      
 Home  โปรแกรมโยธา   ติดต่อพวกเรา เวบบอร์ด          ดูสินค้าในตระกร้า      ฟรีอีเมล์ เซิรชเอนจิ้น ส่งเพจ ออกแบบค.ส.ล. เพลง MP3รวม 1000 ลิ้ง 
    

สะพานพระราม8 

 

สะพานพระราม8 สถาปัตยกรรมงาน...ข้ามเจ้าพระยา
 


 สะพานพระราม 8 เป็นสะพานข้าม แม่น้ำเจ้าพระยาแห่งที่ 13
 มีแนวสายทางเชื่อมต่อกับทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี ข้ามแม่
 น้ำเจ้าพระยาบริเวณโรงงานสุราบางยี่ขัน บรรจบกับปลายถนนวิสุทธิกษัตริย์
 ใกล้กับธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณ
 จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2538
 ให้กรุงเทพมหานคร ก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มอีก 1 แห่ง
 เพื่อบรรเทาการจราจรบนสะพานพระปิ่น เกล้า
 รองรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างฝั่ง พระนครกับฝั่งธนฯ
 และเป็นจุดเชื่อมต่อโครงการพระราชดำริตามแนวจตุรทิศ
 
 สะพานพระราม 8 มีความยาวรวม 475 เมตร สูงเท่าสะพานพระปิ่นเกล้า ลาดชันไม่เกิน 3% เป็นสะพานหลักช่วงข้ามแม่น้ำ 300 เมตร สะพานยึดช่วงบนบก 100 เมตร และสะพานช่วงโครงสร้างยึดเสา 75 เมตร
 มีรูปแบบโดดเด่นสวยงามเพราะได้ออกแบบเป็นสะพานขึงแบบอสมมาตร
 ซึ่งหมายความว่ามีเสาสะพานหลักเสาเดียวบนฝั่งธนฯ และมีเสารับน้ำหนัก 1 ต้นบน
 ฝั่งพระนคร จึงไม่มีเสารับน้ำหนักตั้งอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา
 ทำให้ไม่มีปัญหาต่อการสัญจรทางน้ำ ช่วยป้องกันน้ำท่วม
 และระบบนิเวศนวิทยาในน้ำ รวมทั้งไม่กระทบต่อการจัดตั้งขบวนเรือพระราชพิธี
 
 การรับน้ำหนักของสะพาน ได้ติดตั้งสายเคเบิลระนาบคู่ 28 คู่
 ขึงยึดพื้นช่วงข้ามแม่น้ำ และใช้สายเคเบิลระนาบเดี่ยว 28 เส้น ขึงยึด
 รั้งกับโครงสร้างยึดเสาสะพานบนฝั่งธนฯ เคเบิลแต่ละเส้นประกอบด้วยสลิงตั้งแต่
 11-65 เส้น เมื่อเกิดปัญหากับเคเบิล สามารถขึงหรือหย่อน ได้ง่าย
 ไม่จำเป็นต้องปิดการจราจรเหมือนสะพานพระราม 9
 เนื่องจากเคเบิลแต่ละเส้นใช้สลิง ภายในซึ่งเป็นขดลวดใหญ่
 ทำให้ดูแลบำรุงรักษาและซ่อมแซมยากกว่า อีกทั้งสายเคเบิลของสะพานพระราม 8
 ยังมีสีเหลืองทอง สีประจำพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
 เมื่อสะท้อนแสงจะส่องประกายสวยงาม โดยเฉพาะยามค่ำคืน
 
 
 ด้านมาตรฐานความปลอดภัยก็ไม่เป็นรองเพราะบริษัทผู้รับเหมาการันตีว่าได้มีการทด
 สอบแรงดึงในลวดสลิง 1 ล้านครั้ง โดยใช้แรงดึงปกติ 10 ตัน ไม่มีปัญหา
 และต้องใช้แรงดึงถึง 27 ตัน ลวดสลิงถึงขาดแต่ก็แค่ 1% เท่านั้น
 นอกจากนี้ได้มีการทดสอบแรงลม แรงสั่นสะเทือน ทิศทางลม
 รวมทั้งติดตั้งเครื่องวัดไว้ตลอด 24 ชม. เพื่อดูความผิดปกติที่จะเกิดขึ้น
 
 ที่น่าภาคภูมิใจอีกอย่างคือ สะพานพระราม 8
 เป็นสะพานขึงแบบอสมมาตรที่ติดอันดับ 5 ของโลก รองจากประเทศเยอรมนี
 ซึ่งติดอันดับถึง 3 สะพาน และเนปาล โดยนับจากความยาวช่วงของสะพาน
 ส่วนสะพานพระราม 9 ซึ่งเป็นสะพานขึงตัวแรกแต่เป็นแบบสมมาตร เพราะมี 2
 เสาถือว่าอยู่ในอันดับที่ 18 ของโลก โดยนับความยาวช่วงของสะพานได้ 450 เมตร
 
 ความโดดเด่น สวยงาม ที่เกิดขึ้น ผสมผสานไปด้วยศิลปะแบบไทย ๆ จากแนวคิดใน
 การสร้างเพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์  เฉลิมพระเกียรติในหลวงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดล รัชกาลที่ 8
 กทม. จึงได้อัญเชิญ "พระราชลัญจกร" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำ พระองค์
 มาเป็นต้นแบบในการออกแบบทาง สถาปัตยกรรม ส่วนประกอบต่าง ๆ
 ของสะพานเน้นความโปร่งบาง เรียบง่าย และสวยงาม
 วัสดุที่ใช้ในโครงสร้างของสะพานเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม เช่น ในส่วนของสะพาน
 เสาสูงรูปตัว Y คว่ำ เป็นเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ทำหน้าที่
 หิ้วส่วนโครงสร้างสำคัญอื่น ๆ ของสะพาน ซึ่งมองเห็นได้ในระยะไกล ๆ
 ได้ออกแบบโดย ใช้เค้าโครงมโนภาพ ของเรือนแก้ว ราวกันตก ซึ่งทำจากโลหะ
 ออกแบบเป็นลวดลายที่วิจิตรและอ่อนช้อย จำลองมาจากดอกบัวและกลีบบัว
 เสาโครงสร้างใต้แผ่นพื้นตกแต่งด้วยลวดลาย ที่จำลองจากดอกบัว
 ใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา มีคุณสมบัติช่วยสะท้อนแสงลงสู่ผิวจราจรใต้ทางยกระดับ
 ช่วยเพิ่มความสว่างบริเวณใต้ทางยกระดับและประหยัดไฟฟ้าในเวลากลางคืน
 
 สิ่งพิเศษสุดของสะพานพระราม 8 ที่สะพานอื่นในกรุงเทพฯยังไม่มีก็คือ ที่ปลาย
 ยอดเสาสูงของตัวสะพานจะมีจุดชมวิว ซึ่งมีโครงสร้างโลหะกรุกระจก
 ลักษณะคล้ายดอกบัว สูงจากพื้นดินถึง 165 เมตร หรือสูงเท่าตึก 60 ชั้น พื้นที่
 35 ตารางเมตร จุคนได้ครั้งละเกือบ 50 คน
 ซึ่งจะเปิดให้บริการกับประชาชนทั่วไปด้วย
 แต่การก่อสร้างส่วนนี้จะแล้วเสร็จภายหลัง พร้อม ๆ กับลิฟต์ของคนพิการ
 ซึ่งอยู่หัวมุม 2 ฝั่งแม่น้ำ ประมาณเดือน ก.ย.
 เนื่องจากโครงสร้างเสาสูงเป็นแบบตัว Y คว่ำการขึ้นลงจุดชม
 วิวจึงต้องติดตั้งลิฟต์ทั้งในแนวเฉียงและแนวดิ่ง โดยเป็นแนวเฉียงจากพื้นดิน
 80 เมตรก่อน จากนั้นจึงเป็นแนวดิ่งอีก 155 เมตร แต่บรรทุกได้เที่ยวละประมาณ 5
 คน ใช้เวลาขึ้น-ลง 2-3 นาที นอกจากนี้ยังมีลิฟต์ธรรมดาอยู่คนละด้าน
 เพื่อใช้สำหรับเจ้าหน้าที่ในการดูแลและตรวจตราสะพาน
 
 ภาระหน้าที่อันสำคัญยิ่งของสะพานพระราม 8
 จะช่วยเชื่อมการเดินทางระหว่างฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรีให้สะดวกสบายขึ้น
 ซึ่งจะช่วยระบายรถบนสะพานปิ่นเกล้าได้ถึง 30% และบนสะพานกรุงธนฯ อีก 20%
 แต่ก็มีผลกระทบกับคนกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นชุมชนรายรอบการก่อสร้าง
 ต้องสละถิ่นฐานที่เคยอยู่เพื่อส่วนรวม แต่ใช่ว่าสะพานเสร็จแล้ว
 ชุมชนจะเลือนหายไปเหลือแค่ความทรงจำ กทม. ยังตระหนักในเรื่องนี้
 แม้ไม่อาจทำให้ฟื้นกลับให้เหมือนเดิม แต่
 อย่างน้อยพื้นที่ที่เคยเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยจะถูกจับมาจำลองไว้
 โดยจะเข้าไปปรับปรุงพื้นที่ 50 ไร่ บริเวณสะพานพระราม 8 เพื่อก่อสร้างสวน
 สาธารณะขนาดใหญ่ ซึ่งรวมถึงพิพิธภัณฑ์ของรัชกาลที่ 8
 พระราชกรณียกิจของกษัตริย์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์ และพิพิธภัณฑ์ที่แสดงถึง
 วิถีชีวิตดั้งเดิมของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับ ผลกระทบจากโครงการ อาทิ
 ชุมชนบ้านปูน โรงงานสุราบางยี่ขัน
 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยออกแบบรายละเอียดโดยจะทยอยเสร็จ
 ในภายหลัง

 

* คลิกที่รูปเพื่อดูภาพขยาย

 

 

 

 

สะพานพระราม 8 ความโดดเด่นแห่งลำน้ำเจ้าพระยา ที่ช่วยแก้ไขการจราจรติดขัด
 
      ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ. 2538 จากสภาพปัญหาการจราจรบริเวณสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้ามีความแออัดเป็นอย่างมาก ในขณะที่เส้นทางจราจรระหว่างพื้นที่ฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี ยังขาดการเชื่อมต่อซึ่งกันและกัน ส่งผลให้การจราจรบริเวณพื้นที่ด้านตะวันออกโดยเฉพาะกรุงเทพฯ ชั้นใน อย่างบริเวณราชดำเนินกลาง ซึ่งเชื่อมต่อกับฝั่งธนบุรีโดยผ่านสะพานพระปิ่นเกล้าเชื่อมกับถนนจรัญสนิทวงศ์ ติดขัดเป็นอย่างมาก
      
       พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาการจราจรในบริเวณดังกล่าว จึงทรงมีพระราชดำริให้ก่อสร้างโครงการถนนคู่ขนานลอยฟ้า (พระ)บรมราชชนนี ซึ่งตอนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังทรงมีพระราชดำริให้กรุงเทพมหานครพิจารณาก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอีก 1 แห่ง
      
      
 
      กรุงเทพมหานครจึงดำเนินการตามพระราชดำริ พิจารณาก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ณ บริเวณโรงงานสุราบางยี่ขันไปสิ้นสุดที่ปลายถนนวิสุทธิกษัติรย์ ใกล้ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานชื่อสะพานว่า “โครงการสะพานพระราม 8” เพื่อรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8
      
       ดังนั้นทางกรุงเทพมหานครจึงอัญเชิญพระราชลัญจกร ซึ่งเป็นพระราชสัญลักษณ์ประจำรัชกาลที่ 8 มาเป็นต้นแบบในการออกแบบ โดยพระราชสัญลักษณ์ดังกล่าวเป็นรูปพระโพธิสัตว์ประทับนั่งบนบัลลังก์ดอกบัว ห้อยพระบาทขวาหนือบัวบาน อันหมายถึงแผ่นดิน พระหัตถ์ซ้ายถือดอกบัวตูม มีเรือนแก้วด้านหลังแทนรัศมี อันสืบเนื่องมาจากพระบรมนามาภิไธย “อานันทมหิดล” แปลว่า เป็นที่ยินดีของแผ่นดินดุจพระโพธิสัตว์ได้เสด็จมาประทานความร่มเย็นเป็นสุขแก่ทวยราษฎร์
      
 
      นอกจากการออกแบบส่วนประกอบต่างๆ ให้มั่นคง แข็งแรงทางด้านวิศวกรรมแล้ว ยังได้คำนึงถึงการตกแต่งเพื่อความสวยงามทางด้านสถาปัตยกรรม อาทิ ปลายยอดหัวเสาสูง เป็นรูปดอกบัวตูม, เสาคอนกรีตเสริมเหล็กรูปตัววายคว่ำ, ราวกันตก จำลองจากดอกบัวและกลีบบัว และ ตัวสะพานและใต้ท้องสะพาน ประกอบด้วยลายนูนต่ำคล้ายกลีบบัว เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างทัศนียภาพที่โดดเด่นในลำน้ำเจ้าพระยานั่นเอง
      
       ความกลมกลืนของเมืองเก่ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ของสะพานพระราม 8 มีส่วนประกอบให้เห็นอย่างเด่นชัด ดังนี้
      
 
      1. เป็นสะพานขึงแบบอสมมาตร เสาเดี่ยว 3 ระนาบที่ยาวที่สุดในโลก กล่าวคือ ขึงด้วยเคเบิลระนาบคู่บริเวณตัวสะพาน (Main Bridge) จำนวน 28 คู่ และขึงด้วยเคเบิลระนาบเดี่ยวช่วงหลังสะพาน (Back Span) จำนวน 28 เคเบิล
      
       สะพานมีความยาวทั้งสิ้น 475 เมตร โดยมีช่วงตัวสะพานยาว 300 เมตร (ซึ่งนับว่ายาวที่สุดในโลกในสะพานที่มีลักษณะนี้) และช่วงหลังสะพานยาว 175 เมตร
      
       2. ไม่มีเสาหรือตอม่อกลางน้ำ สะพานพระราม 8 มีเสาขนาดใหญ่เพื่อรับสายเคเบิลเพียงเสาเดียวบนฝั่งธนบุรี และไม่มีตอม่อกลางน้ำที่จะกีดขวางทางไหลของน้ำและบดบังความสง่างามของอาคาร ราชการและกลุ่มโบราณสถานอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
      
       3. ผ่านการทดสอบที่ทันสมัยที่สุดในโลก โดยเป็นสะพานที่ผ่านการทดสอบอุโมงค์ลมที่ห้องทดลองของบริษัท Rowan Williams Davies & Irwin Inc.(RWDI) ที่เมือง GUELPH ประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นห้องทดลองที่ทันสมัยที่สุดในโลก การทดสอบแบบจำลองของสะพานพระราม 8 ในอุโมงค์ลมทำให้มั่นใจว่าโครงสร้างสะพานมีความมั่นคงแข็งแรง สามารถทนแรงลมสูงสุดได้ 60 เมตรต่อวินาที หรือประมาณ 200
      
 
      นอกเหนือจากความโดดเด่นของสะพานพระราม 8 แล้วกรุงเทพมหานครยังได้ออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมสิ่งแวดล้อมโดยรอบพื้นที่ตั้งเสาสะพานบริเวณฝั่งธนบุรี ซึ่งมีเนื้อที่รวมประมาณ 50 ไร่ ให้เป็นสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลฯ รัชกาลที่ 8 โดยพื้นที่ดังกล่าวประกอบด้วย พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 8 อาคารพิพิธภัณฑ์รัตนโกสินทร์ ที่รวบรวมพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์สมัยรัตนโกสินทร์ทุกพระองค์
      
       ดังนั้นจึงสามารถคาดได้ว่า บริเวณสะพานพระราม 8 น่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้คนไทยและชาวต่างชาติไปพักผ่อนได้อีกแห่งหนึ่งแน่นอน...
      
       หมายเหตุ : วันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2545 พิธีเปิดสะพานพระราม 8 อย่างเป็นทาง โดยทางกรุงเทพมหานครได้เปิดดวงไฟเพื่อประดับประดาอย่างสวยงามทั้งคืนด้วย

 


 


Copy right @ 2000 Tumcivil.com  by  All Rights Reserved *

 

Best view with Microsoft Internet Explorer version 5.0 or Higher, 800x600 Pixels, Text size: Smallest, JavaScript Enable.