TumCivil.com Engfanatic Club with Training Center

 
 

  Set Home Page   |   BookMark   |   Print    
SMALL NORMAL LARGE

  เมนูหลักที่ใช้บ่อย :
  • หน้าแรก TumCivil.com
  • หน้าแรก Engfanatic 
  • หน้าส่วนตัวของสมาชิก 
  • หน้าหลักอบรม- สัมมนา 

Member Status : Log In : Register  

View Webboard - ดูเว็บบอร์ด

พื้นที่โฆษณา |  ลงโฆษณา  


 

Advertisment
 



 

หัวข้อกระทู้
 " ข้อคิดสำหรับวิศวกรรุ่นใหม่ "
 


 
กรุณา login ก่อนแจ้งลบกระทู้นี้ข้อคิดสำหรับวิศวกรรุ่นใหม่
 
 


งานออกแบบโครงสร้างอาคารสูง และอาคารขนาดใหญ่ วิศวกรที่ยังมีประสบการณ์น้อย ควรทำการออกแบบภายใต้การดูแลของวิศวกรอาวุโสหรือวิศวกรที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับงานลักษณะนั้นๆ เนื่องจากมีหลายเรื่องที่ต้องใช้ประสบการณ์และความรู้ที่มากกว่าที่เรียนในห้องเรียน ดังนั้น ถ้าคุณกำลังทำงานออกแบบที่ว่ามานั้น ผมแนะนำให้ไปนั่งคุยปรึกษากับวิศวกรอาวุโส ที่ดูแลงานนี้ เพื่อขอคำชี้แนะครับ

ขอย้ำครับว่าอันตรายมาก ที่คุณจะทำการออกแบบโดยลำพัง เพราะแม้ว่าคุณสามารถที่จะ model โครงสร้างทั้งหมดใน software ต่างๆที่มีขายทั้งถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมายได้ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นการรับประกันว่า แรงในโครงสร้างและเหล็กเสริมที่คุณได้จะถูกต้องเสมอไป ตามสำนวนที่วิศวกรอาวุโสในต่างประเทศและในประเทศหลายท่านพูดไว้ว่า "Gabage in ==> Gabage out" นอกจากนี้ลักษณะการเคลื่อนตัวของโครงสร้างก็เป็นสิ่งสำคัญมากที่ต้องพิจารณา ซึ่งถ้ามีการบิดตัวของโครงสร้างมากๆ ก็จะเกิดปัญหาในกรณีที่เกิดแผ่นดินไหว ดังนั้น เราต้องทำการเพิ่ม stiffness ของโครงสร้างให้เกิดการบิดตัวและโยกตัวน้อยที่สุดตามข้อกำหนด ซึ่งการเพิ่ม stiffness ที่ผมว่ามานี้ ต้องอาศัยความรู้ทางด้านพฤติกรรมของโครงสร้างครับ ซึ่งส่วนใหญ่วิศวกรที่ผมเจอในปัจจุบันไม่ค่อยคำนึงถึงกัน แต่สนใจกันแต่เรื่องของการสร้าง model ใน program และเอาผลจาก program มาใช้เลย ใครที่ใช้ software เก่ง จะทำงานได้เร็ว ได้มากกว่าคนอื่น โดยไม่ได้สนใจในคุณค่าของงานวิศวกรรมที่เรากำลังทำ จริงๆแล้วการทำงานเก่ง กับทำงานเร็วนั้นมันคนละเรื่องกันครับ

ลองนึกถึงอาชีพหมอดูสิครับ ถ้าเราไปหาหมอแล้วหมอคนนั้นตรวจเราเร็วมาก ตรวจเสร็จปุ๊บสั่งยาแล้วก็ไล่ออกจากห้องเลย เพื่อที่จะสามารถตรวจคนไข้ได้หลายๆคนในหนึ่งวัน เมื่อเทียบกับหมออีกคน ที่ก่อนตรวจหรือวินิจฉัย จะทำการซักประวัติเราอย่างละเอียด แล้วค่อยลงมือตรวจ จากนั้นจะนั่งอธิบายโรคที่เราเป็นให้ทราบถึงสาหตุและการรักษา จากนั้นค่อยสั่งยา ลองถามตัวเองดูว่าคุณชอบหมอแบบไหน

ผมไม่อยากให้วิศวกรที่จบใหม่ หรือมีประสบการณ์น้อย คิดว่า Software หรือ computer program เป็นพระเจ้า ซึ่งปัจจุบันมีให้เห็นกันเยอะคือ ใช้ป็น ใช้คล่อง แต่ไม่สามารถ verify ได้ว่าผลที่ได้มานั้น สมเหตุสมผลหรือไม่ หรือไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยมือและเครื่องคิดเลข จริงๆแล้ว โครงสร้างทุกอย่างสามารถตรวจสอบอย่างคร่าวๆได้ โดยใช้เพียงเครื่องคิดเลขนะครับ แต่ปัจจุบัน น้อยคนนักที่จะทำแบบนี้ สาเหตุก็เนื่องจากว่า เทคโนโลยี่พัฒนารวดเร็วมาก จนทำให้เราลืม basic และทฤษต่างๆ

ยังไงก็ฝากไว้ด้วยนะครับ เพื่อที่ประเทศชาติของเราจะได้มีวิศวกรที่เก่งทั้งในเรื่อง software และเข้าใจพฤติกรรมของโครงสร้างที่ทำการวิเคราะห์และออกแบบอย่างแท้จริง


 

.

 

 

By : วิศวกรรุ่นเก่า
 D/T: 29/12/2554 13:40
 

จำนวนคนอ่าน 1359 คน จำนวนคนโหวต 3 คน

คุณเห็นด้วยกับกระทู้นี้หรือไม่

เห็นด้วย
   ไม่เห็นด้วย

เห็นด้วย 3 คน
100.00 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

หมายเหตุ !!  คลิกที่รูป เมื่อท่านเห็นว่าความเห็นที่แสดง ไม่เหมาะสม  

โดยสมาชิกสามารถใส่ชื่อแจ้งลบไว้ ถ้าถึง 3 ท่าน ระบบจะลบความเห็นนั้นทันที




กระทู้นี้สามารถ ตอบ / แสดงความเห็น ได้ทุกคน
(สมาชิก / วิทยากรจะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใดๆ ถ้า Sign - In แล้ว ดู โพสต์ได้หมด)

 
เรียงตาม แสดง

กรุณา login ก่อนแจ้งลบความคิดเห็นนี้ Comment No.: 11

 ก็ค่อยๆสอนค่อยๆสั่งกันไปครับ เพราะเด็กเดี๋ยวนี้ หัวดื้อครับ มั่นใจว่าเก่งแล้ว 

 
By : ipond
Date/Time : 17/01/2555 21:10

กรุณา login ก่อนแจ้งลบความคิดเห็นนี้ Comment No.: 10

จุดกำเนิดของกระทู้นี้ จริงๆแล้วเกิดจากการที่ผู้เขียน เป็นผู้ดูแลแผนกออกแบบของบริษัทออกแบบงานวิศวกรรมบริษัทหนึ่ง รวมถึงเป็นผู้คัดเลือกวิศวกรเข้ามาทำงานที่บริษัทแห่งนี้ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งที่ดูแลแผนกออกแบบ ซึ่งหมายถึง การคำนวณ/การทำ detailing เพื่อนำไปใช้ในการก่อสร้างหน้างาน และการออกข้อสอบพร้อมสัมภาษณ์วิศวกรในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา พบว่า คุณภาพของวิศวกรที่ผลิตออกมาตกลงไปมาก คือไม่สามารถตอบหรือแก้ไขปัญหาพื้นฐานได้ แต่กลับมีความสามารถใช้ software ได้อย่างดีเลิศ (แต่ไม่สามารถตอบได้ว่า ผลลัพท์ที่ออกมาถูกต้องหรือเชื่อถือได้หรือไม่) อีกทั้งไม่สามารถ sketch details งานที่ตัวเองออกแบบได้ ถ้าได้ก็ไม่คล่อง หรือยังไม่ถูกต้อง


ก็เลยทำให้ผู้เขียนกระทู้ รู้สึกว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบการศึกษาบ้านเรา จึงได้ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาครับ


ด้วยความเคารพในความคิดเห็นของทุกๆท่านครับ

 
By : วิศวกรรุ่นเก่า
Date/Time : 09/01/2555 11:40

กรุณา login ก่อนแจ้งลบความคิดเห็นนี้ Comment No.: 9

เดินตามผู้ใหญ่ ..หมาไม่กัดครับ...สุดยอด จริงๆๆ

 
By : civil_city_thailand
Date/Time : 04/01/2555 11:36

กรุณา login ก่อนแจ้งลบความคิดเห็นนี้ Comment No.: 8

 


ในฐานะผู้พัฒนาโปรแกรมนะครับ การพึ่งพา software อย่างเดียวอันตรายมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง


การเก่งเกินคนพัฒนานี่ละตัวอันตรายเลย ในโปรแกรมวางกรอบสมมุติฐานการคำนวณแบบหนึ่งแต่พอไปสร้าง


จริงก็อีกแบบ ยกตัวอย่างง่ายๆ analysis เป็น truss *ันเชื่อม


 

 
By : oopsep
Date/Time : 31/12/2554 20:09

กรุณา login ก่อนแจ้งลบความคิดเห็นนี้ Comment No.: 7

เวที่แห่งการแลกเปลี่ยนและแบ่งปัน...คือ ศิลปะแห่งการรังสรรค์และปุกปั่นหน่อเนื้อเชื้อวิศวกรรม....


ความรู้สึกเป็นห่วงควงคู่มากับเจตนาที่ดี...เป็นคุณสมบัติชั้นเลิศของผู้ให้ในวิชาชีพ...ขอเดาว่าน่าจะค่อนมาทางเจตนาดีของพี่ๆวิศวกรอาวุโส...แต่อาจจะกล่าวรวมๆเลยทำให้มองออกไปได้หลายแง่(แม้ว่าจะหวังดีสุดๆ) ในความหมายที่กล่าวพอจะมองออกได้อย่างนี้ การทำงานด้านนี้มี 2 ส่วนหลัก หนึ่งนั้นต้องมาก่อนคือความรู้เชิงวิศวกรรม(ประยุกต์ความรู้พื้นฐานในห้องเรียน แล้วเปลี่ยนให้เป็นประสบการณ์ พอนานวันเข้า เราจึงมีอาวุโส) ตามมาสองคือเครื่องมือช่วยงานหรือโปรแกรมต่างๆ....ส่วนที่สองต้องถูกครอบคุมด้วยส่วนที่หนึ่งจึงจะไปได้สวย...การทำงานในยุคปัจจุบันเค้าทั้งสองย่อมครองคู่อยู่ด้วยกันเสมอ


สิ่งที่จะขอฝากไปถึงวิศวกรทั้งหลาย คือ


1.เวทีของเว็ปนี้ช่างกว้างไกลเสียยิ่งนัก การหักหารน้ำใจหรือจะใส่ไฟ ไม่สมควรยิ่ง เพราะจะสิงสถิตย์ต่อหน้าสาธารณชน(ชุมชนออนไล) ไปจนเว็ปปิด


2.อานิสงค์ของคำพูดคำจาของคนอยู่ในที่ลับ(ไม่กล้าเปิดเผยตนตนหรือแสดงตัวเอง) มันสามารถดับคนที่อยู่ในที่แจ้งได้ชะงัก(ในที่ลับด้วยกันก็ไม่เท่าไรหรอกครับ)


อย่าให้เว็ปดีๆด้านนี้ได้หมองหรือล้มสลายไปกับลมป...เลย ซึ่งเคยเกิดขึ้นกับบางเว็ปมาก่อนหน้านี้  เรามาช่วยกันประคับประคองหรือสนับสนุนให้เว็ปนี้อยู่ไปนานๆจะดีไม่น้อย


สุดท้าย...ยิ่งเป็นวิศวกรอาวุโส ยิ่งต้องใจกว้าง น้ำอดน้ำทนยิ่งต้องมากเป็นทวี ย่อมต้องมีโดนติบ้างชมบ้าง สร้างบารมีน่ะดีแล้ว...ในทางกลับกันหากท่านใดถูกมองว่าน่าจะโดนพาดพิงในสิ่งที่เผยแพร่(หรือเพียงแค่ให้ความเห็น) ให้คิดเสียเถอะว่ามารไม่มีบารมีไม่เกิด แม้แต่พระพุทธเจ้ายังโดนติฉินนินทรา แล้วประสาอะไรกับเราปุถุชนธรรมดา...หมั่นสวดมนต์บ้างใจจะได้เย็นลงและปลงอะไรได้ง่ายขึ้น  ปีใหม่แล้วขอจงสุขทุกท่านเทอญฯ

 
By : วิศวกรเพื่อชีวิต
Date/Time : 31/12/2554 15:36

กรุณา login ก่อนแจ้งลบความคิดเห็นนี้ Comment No.: 6

ตามที่ผมอ่านทุกกระทู้มา ถ้ามองในเชิงสร้างสรร คือ เป็น tip & trick ในการทำงานโดยใช้โปรแกรมออกแบบและใช้ระบบ manual วิศวกรต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้งทั้งสองอย่างหากเป็นไปได้ควรสอบถามหรือขอคำแนะนำจากผู้รู้เพิ่มเติม ซึ่งท่านเจ้าของกระทู้อาจจะอ่านกระทู้ต้นๆก่อนหน้านี้ก็เลยเป็นห่วง


 แต่เนื้อหาและสำนวนที่ใช้หรือแนะนำค่อนข้างอ่อนไหวหรือ sensitive นิดนึงครับ เพราะมีผู้ที่มีความรู้ในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติอยู่มาก ตราบใดที่เรายังเป็นปุถุชนอยู่ ย่อมมีความคิดเห็นทีมีทิฐิต่างกันเป็นเรื่องธรรมดา


    ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กันครับ และในเวบนี้ ก็มีอะไรดีๆอยู่เยอะมาก

 
By : snp
Date/Time : 30/12/2554 20:39

กรุณา login ก่อนแจ้งลบความคิดเห็นนี้ Comment No.: 5

คำถาม..สมัยก่อนนุ่งโจงกระเบน (เปรียบเสมือนการเรียนการสอนและเครื่องไม้เครื่องมือทำงานในยุคก่อนๆ)  แต่ทำไมจึงต้องทำการเปลี่ยแปลงครั้งใหญ่หันมาใส่กางกันในสมัยปัจจุบันหล่ะ (เปรียบเสมือนการเรียนการสอนและเครื่องไม้เครื่องมือทำงานในยุคปัจจุบันๆ)...มันต้องปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยมิใช่หรือท่าน (อะไรดีเราก็รักษามันไปซี๊...อะไรไม่เอื้ออำนวยเราก็ปรับเปลี่ยนใหม่ซี๊ท่าน เช่น ที่บอกว่ายุคเก่าถนัดหรือชำนาญคำนวณด้วยมือ ซึ่งมันเป็นคุณสมบัติเด่นภายในและตายตัวของเราท่านทุกคนก็เก็บรักษาไว้ซิ  ส่วนคุณสมบัติเด่นภายนอกคือสไลลูหรือเครื่องคิดเลข เมื่อมันไม่ทันกินก็ปรับเปลี่ยนมาใช้คอมใช้โปรแกรมช่วยซิ  อย่าไปโทษโปรแกรมเลยจะขายตัวเราเองเสียเปล่า ต้องโทษกลุ่มวิศวกรเราเองนั่นหล่ะ ที่การถ่ายทอดความรู้กันทอดต่อทอดไม่ว่ารุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่จากรุ่นสู่รุ่น ตกบ้าง หล่นบ้าง เกินเลยบ้าง ที่สำคัญฉันเก่งเองเจ๋ง อีโก้สูง ทิฐิแรง อย่างนี้หรือเปล่า...ฉะนั่นหากผู้เฒ่าที่เก๋าจริงอิงหลักเกณฑ์ได้ใช้ประสบการณให้เป็นประโยชน์นำมาโปรดน้องๆ สิ่งที่ท่านร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ก็จะไปได้สวย ประเทศชาติก็จะดียิ่งๆขึ้นครับท่าน)


ขอโทษนะครับ ด้วยใจเคารพ ที่ไม่เข้าใจเลยคือ อยู่ๆ...ท่านก็ตั้งกระทู้ขึ้นมาลอยๆไม่มีปีมีขลุ่ย...ไม่ทราบว่าท่านจงใจจะบอกกล่าวชี้แนะด้วยใจที่น่าเคารพ (ตามความอาวุโส)...หรือมีอะไรในใจลึกๆกับใครบางคนหรือเปล่าครับท่าน...มันควรมีที่มาที่ไป แล้วเข้าไปบอกกล่าวชี้แนะหรือแสดงความคิดความอ่านให้ตรงวัตถุประสงค์ของท่านเองและให้ตรงกระทู้ที่ท่านเห็นว่าน่าจะเข้าไปวาดลวดลายครับ คงมิใช่อยู่ๆก็สร้างกระทู้ขึ้นมาเพื่อว่ากล่าวตักเตือนใครบางกลุ่มต่อหน้าสาธารณะ...โดยไม่รู้ว่าใครทำอะไร ผิดหรือถูก แล้วท่านจะติติงใคร ในหัวข้อใหน แล้วตัวท่านเองเป็นใคร อะไรอย่างไรหรือ น่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด  เท่าที่ผมเห็น..ในเว็ปแห่งนี้เป็นแหล่งรวมความรู้แบบแฟร์ๆ ไม่ให้ร้ายใคร แต่ก็มีใครหลายคนใช้เวทีแห่งนี้พาดพิงถึงคนอื่น ซึ่งนั่นไม่น่าจะใช่วัตถุประสงค์ที่ดีงามเอาเลยท่าน


หมายเหตุ: เส้นทางสายนี้ยาวไกลมากนัก...ทุกคนล้วนต้องผ่านช่วงวันเวลาของการไล่ล่าหาประสบการณ์กันทั้งนั้น...การอุบัติขึ้นของวิศวกรอาวุโสในวันนี้ ย่อมต้องมีเส้นทางผ่านวิศวกรน้อยด่อยประสบการณ์มาก่อนเสมอ...แต่ก็ไม่ได้แกร่งเหมือนกันเสียทุกคน...แต่เราพึงสังวรไว้ว่า...อาวุโสเพราะประสบการณ์เนื่องจากได้ทำงานเยอะย่อมแตกต่างจากอาวุโสเพราะอายุไขไล่มาตามหลัง...ทุกความเห็นดีไปหมดนั่นหล่ะครับ หากไม่กระทบกระทั่งหรือนำไปสู่กลไกของแง่ลบหรือล่อแหลมต่อบางเรื่อง


ในเว็ปแห่งนี้มีคณา.....บรร...ให้ความรู้ด้านโปรแกรมก็มีอยู่มาก...เมื่อพากันกล่าวถึงเรื่องนี้  ก็เลยฉุกคิดไม่ได้ว่าท่านจะ......หรือไม่หนอ....เว.ก..มแท้ๆๆๆๆ

 
By : ผ่านมาประสบอุบัติเหตุ...เลยสะด
Date/Time : 30/12/2554 16:42

กรุณา login ก่อนแจ้งลบความคิดเห็นนี้ Comment No.: 4

ขอร่วมให้ข้อเท็จจริงอย่างนี้ครับ


แต่ละท่านมีเจตนาดีทั้งนั้นครับไม่ว่าติหรือชมหรือชี้แนะแนวทาง...หาก...มีความจริงใจให้กันและกันต่างหากน้อ   ก่อนที่จะขอกล่าวอะไรนั้น  เรามายอมรับสภาพ (ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว) ความจริงกันก่อนดีมั๊ยครับท่านทั้งหลาย   อันธรรมชาติที่ถูกต้องของคนเรานั้นประกอบด้วย 2 ส่วนหลักคือ หนึ่ง...ส่วนประกอบต่างๆของร่างกาย (ในที่นี้จะขอเน้นไปที่น้องเบลน...ซึ่งเป็นปัญหากันอยู่อิตอนนี้...ว่างั้นเถอะ...โอเคนะ)  และสอง...ส่วนของจิตใจที่ควบคุมส่วนต่างๆของร่างกาย (ในที่นี้ขอเน้นไปที่ความรู้สึกนึกคิด การมีวิจารณญาณ ความอิจฉาริษยา ความเห็นถูกเห็นผิด ความเย้อยิ่งจองหอง ความมีทิฐิ เหล่านี้เป็นต้น...โอเคนะ)


ในส่วนที่หนึ่งนั้น....ธรรมชาติสร้างสรรค์มาแน่นอน (แม้นว่าบางคนจะบอกว่ามาจากเชื้อสาย...บ่าย...คล้อย อะไรก็ช่างมันเถอะ)   ตรงนี้หล่ะครับ (น่าที่จะเป็นปัจจัยหลักตัวต้นๆ...ส่วนปัจจัยรองๆลงมาก็อาจเป็นเรื่องของความเคยชิน ย้ำคิดย้ำทำหรือทำบ่อยๆ ซึ่งตัวนี้ขึ้นอยู่กับเวลาที่มีโอกาส หรือพูดง่ายๆก็คือพี่ประสบการณ์นั้นเอง...โอเคนะ) ที่ความรู้ความสามารถในการรับรู้เรื่องราวต่างๆของคนเราไม่อาจเท่ากันได้ แม้นว่าจะได้หรือมีโอกาสเรียนรู้หรือรับเรื่องราวอย่างเดียวกัน เช่น การเรียนในห้องด้านวิศวกรรม การทำงานด้านการวิเคราะห์โครงสร้าง-การออกแบบโครงสร้าง-การควบคุมงานก่อสร้าง-การแก้ไขปัญหางานก่อสร้าง (ซึ่งอาจจะต่างเวลากันหรือพร้อมๆกัน...ซึ่งก็จะลู่ไปสู่คำว่า อาวุโส และ ใหม่...โอเคนะ)...แล้วต้องการกล่าวอะไร...ก็อยากจะบอกว่า...ไม่ว่าเราท่าน (ที่เป็นวิศวกร..โดยสายเลือด...ซึ่งต้องข้นกว่าน้ำ...2555...สงกรานต์ผ่านพ้นไปแล้วน้อ...ก็อย่าสา...กันเลยเน้อ) จะใหม่หรือเก่า จะใหญ่หรือเล็ก จะหนุ่มเหลือน้อยหรือจะหนุ่มเหลือมาก...รู้ไม่เท่ากันหรอกและก็ไม่ได้รู้ไปหมดซ่ะทุกเรื่องหรอกครับ (ขืนถ้ายังไม่เข้าใจในสัจธรรมหรือธรรมชาติตัวนี้   ก็จบกันพอดี ประเทศไทย)...เลือดข้นใหม่จะบอกว่ารู้ทุกเรื่องก็ใช่ที่ (แต่ที่แน่ๆ อาจสดกว่าก็เป็นได้...ว่าจริงมั๊ย) แต่เป็นที่แน่ใจว่าน่าจะมีต้นทุนที่ดีกว่าในเรื่องของเทคโนโลยี (ในที่นี่ ลู่ไปที่โปรแกรมช่วยงานด้านวิศวกรรม...โอเคนะ   ตรงนี้หล่ะ...ให้พึงระวังนิ๊ดๆๆหนึ่งๆๆๆ..นะท่าน หากเลือดข้นเก่ากล่าวล่วงถึงเรื่องการใช้โปรแกรมต่างๆ ซึ่งเลือดข้นใหม่อาจได้รับการถ่ายทอดจากครูบาร์อาจารย์ที่เคยมอบสิ่งดีๆให้กับเลือกข้นเก่าเองหล่ะ...ก้อๆๆๆเป็นได้ๆๆๆๆ...โอเคนะท่าน...ระมัดระวังนิดหน่อย อย่าให้กระเทือนถึงดาวเลยๆๆๆ...ค่อยๆบอกกล่าวกันๆๆๆๆๆ) ที่ได้รับในขณะเล่าเรียนศึกษาแล้วนำพามาใช้งานหรือได้จากการใฝ่ศึกษาหาสิ่งแปลกใหม่เข้ามาในชีวิตเพื่อลิขิตอนาคตของตนเอง (แต่ควรต้องเกรงใจในความอาวุโสบ้างในบางเรื่องบางโอกาส...ตามความเหมาะสมเป็นดีที่สุด...แต่คงมิใช่ทุกเรื่อง...ถามว่าทำไม...ก็เพราะคำว่าประสบการณ์อาจมีทั้งเรื่องที่ดีและเรื่องไม่ดี...โอเคมั๊ย...แต่เจตนาที่กำลังกล่าวถึงเหมาความถึงเรื่องดีน้อ)...ในขณะเดียวกันเลือดข้นเก่าจะบอกว่าตนเองรู้ไปเสียซ่ะทุกเรื่อง...แล้วกร่างหรือตั้งตนเองเป็นเจ้าสำนัก...ฉันว่าอย่างไรต้องเป็นดังนั้น...ก็ใช่ที่เช่นเดียวกันจริงมั๊ย...ที่สำคัญคือของจริงต้องพิสูจน์ได้นะท่าน...หากจะบำเพ็ญตนให้เป็นเลือดข้นเก่าที่ดี...ควรมีข้อมูลหลักฐานแสดงถึงความนุ่มลุ่มลึกช่ำชองในงานที่ทำมาเผยแพร่...หรือตีแผ่ให้เลือดข้นใหม่ได้ประจักษ์เสียบ้างๆๆๆ...นั้นหล่ะหากถูกตต้องเป็นที่ยอมรับเลือกข้นใหม่ก็น่าจะรับฟังหรือซูฮกให้เองหล่ะ...ว่าเป็นมือเก๋าเข้าตำนานลายครามจริงมั๊ย (ซึ่งการกล่าวอ้างถึงประสบการณ์นั้นเป็นสิ่งที่ดี  หากประสบการณ์นั้นถูกต้องตามหลักการเชิงวิศวกรรม-จริยธรรม ก็สามารถนำมาใช้แนะนำหล่อหลอมเลือดข้นใหม่ให้ใสบริสุทธฺ์ได้อันนี้เป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญครับ   แต่อย่าลืมความจริงอย่างคือประสบการณ์ที่ดีต้องมีหัวใจใฝ่เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆควบคู่อยู่เสมอนะท่าน  โลกปัจจุบันไปด้วยจรวดแล้ว...มิใช่แจวเรือหรือขึ้นล้อเกวียนเช่นเมื่อก่อน  แต่ก็มิได้หมายความเพื่อให้ลืมหรือไม่เห็นค่าของเก่า ซึ่งเป็นวัฒนธรรมอันดีนะท่าน) 


ในส่วนที่สองนั้น....ส่วนหนึ่งธรรมชาติสร้างสรรค์มาแต่ในอีกส่วนหนึ่งสภาพแวดล้อมในการดำเนินชีวิตกลับเป็นแหล่งกล่อมเกลา เพาะบ่ม สะสม พองพูน ที่สำคัญ (แล้วไปคอมบายกับน้องเบลน)....ตรงนี้หล่ะพฤติกรรมการแสดงออกซึ่งความเชื่อมั่นอันกลั่นกรองออกมาจากน้องเบลน...อาจทำให้เราท่านเห็นผิดเป็นชอบได้ (ไม่ว่าเลือดข้นใหม่หรือเก่า)...พฤติการณ์ต่างๆจะส่งผ่านสายตาของผู้พบเห็น (ไม่ว่าเลือดข้นใหม่หรือข้นเก่า)...แล้วประมวลออกมาหรือปล่อยวาง...หากประมวลออกมาแล้วไม่ถูกชลอหรือยับยั้งชั่งใจหรือกลั่นกรอง (ซึ่งจะเป็นดรรชนีชี้วัดเบื้องต้นถึงความเป็นเด็กหรืออาวุโส) แต่แสดงออกด้วยเหตุผลกลใดก็ตามเทิด...ควรต้องเป็นไปด้วยความเอื้อเฝื้อเผื่อแผ่ ประคับประคอง เข้าอกเข้าใจในสภาพแวดล้อมของแต่ละยุคแต่ละสมัย ถ้อยทีถ้อยอาศัย ไปด้วยกัน วงศ์วรรณวิศวกรรมเราจะได้แข็งแกร่ง ให้เกียรติ์ซึ่งกันและกัน ให้ความย้ำเกรงและเคารพในสิ่งที่เหมาะสมและสมควรเคารพนับถือ เหล่านี้คืออาภรณ์ที่สวยงามประดับวงศ์วรรณของเราครับ...สุดท้ายครับความอิจฉาเป็นสิ่งที่ดี  แต่เมื่อไหร่มีความริษยาเข้ามารวมโรง เมื่อนั้นพังครับ


ท้ายที่สุดที่ต้องการฝากคือ...ความถูกต้องในเชิงวิศวกรรมคงมิใช่ว่าขึ้นอยู่แต่กับประสบการณ์นะท่าน...มันต้องขมวดรวมน้องเบลนเข้าไปด้วย...สรุปคือมันต้องไปด้วยกันเหมือคู่ผัวตัวเมียเลยเชียวแหล่ะครับ  จะทำด้วยมือหรือด้วยโปรแกรม มันเป็นเรื่องของนาๆจิตตังและยุคสมัย ว่ากันไม่ได้หรอก...แต่ผลสุดท้ายคือสิ่งปลูกสร้างต้องมีความความมั่นคงและความแข็งแรง...(ปิดท้าย...ที่มองว่าเป็นปัญหาคือ จะรู้มั๊ยหรือรู้ได้อย่างไรว่าน้องใหม่ใช้งานโปรแกรมถูกหรือผิด ทั้งหมดคงไม่ใช่กรอบของวิศวกรอาวุโสที่จะไปตัดสินน้องมั้งครับ ให้กรอบหรือแนวความคิดที่ถูกหลักการนะพอได้ เพราะบอกว่าใช้มือคำนวณมานาน...ในทางกลับกันประสบการณ์ที่ผ่านมามั่นใจได้มากว่าถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ  จนกล้าพอที่จะใช้เป็นฐานในการติติงแนะนำน้องๆ ใช่หรือไม่...ถ้าบอกว่าใช่...ก็แสดงให้สังคมนายช่างประจักษ์เสียซิท่าน จะเป็นคุณูปการต่อวงศ์วิศวกรรมเรา ยิ่งยืนนานต่อๆไป...)

 
By : วิศวกรอายุโส
Date/Time : 30/12/2554 09:14

กรุณา login ก่อนแจ้งลบความคิดเห็นนี้ Comment No.: 3

การที่วิศวกรประสบการณ์มากจะช่วยแนะนำวิศวกรรุ่นหลังเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่ขณะเดียวกันเรื่องทุกเรื่องมีหลายแพร่ง มีเรื่องที่ดูไม่ดีนักเล่าให้ฟัง อาจารย์ก๋อยหรืออาจารย์สุพจน์ ขณะเรียนที่จุฬาฯ เรียน R.C.Design กับ ดร.รชฏ ที่ทั้งเทอมสอน simple beam หนึ่งตัว (ท่านมีธุระมาก) พอจบแล้วไปเรียน ป.โท จาก U.S.A แล้วมาเป็นอาจารย์ที่เทเวศร์มีปัญหาสงสัยจึงไปเรียนถามอาจารย์รชฏ ซึ่งอาจารย์รชฏก็ให้คำแนะนำอย่างดี ถัดจากนั้น 2-3 วัน มีหนังสือเรียกเก็บเงินจากสำนักงานอาจารย์รชฏค่าปรึกษามาที่อาจารย์สุพจน์ ซึ่งในทางธุรกิจเป็นเรื่องปกติ แต่ในทางธรรมาภิบาลแล้วไม่ใช่ ขณะเป็นอาจารย์สอนไม่สอนให้เต็มที่ทั้งที่รับเงินเดือนเต็มที่ (แม้จะน้อยกว่างานนอกก็ตาม) แต่พอให้คำปรึกษากลับทำงานเต็มที่ ขณะนี้ทั้งสองท่านถึงแก่กรรมไปหมดแล้ว หากวิศวกรรุ่นใหม่ที่รายได้น้อยเจอแบบอาจารย์สุพจน์เจอ ก็จะขยาดไม่กล้าถามใครไปอีกนาน อีกเรื่องหนึ่งผมคุยกับวิศวกรผู้มีประสบการณ์มากคนหนึ่งเกี่ยวกับผิดพลาดในงานวิศวกรรมโดยไม่ระบุชื่อเพียงกล่าวถึงลักษณะความผิดพลาดนั้นๆ ผู้มีประสบการณ์มากกล่าวว่า "ทำไมไม่ถามผมก่อนทำ" ผมรู้สึกขำในใจแต่ไม่กล้าแสดงออก ผู้ที่ทำผิดพลาดรู้ได้อย่างไรว่าต้องถามผู้มีประสบการณ์มาก คนที่คิดว่าตัวเองเก่งมากและรอท่าให้ผู้อื่นมาปรึกษา คนอื่นไม่ทราบว่าท่านเก่งและพร้อมให้คำปรึกษา บางคนก็บอกว่าจรรยาบรรณห้ามการโฆษณาว่าตนเองเก่งกาจอย่างไร การบอกผู้อื่นด้วยเจตนาสุจริตเพื่อป้องกันอันตรายไม่ใช่การโฆษณา


     ที่เล่ามานี้หวังว่าทุกท่านจะระวังว่า ทุกเรื่องมีแง่ดีแง่เสีย หากพบแง่ดีก็ไม่ควรลิงโลดจนเกินไป และเมื่อพบแง่เสียก็อย่าเสียใจจนเกินไป

 
By :
Date/Time : 30/12/2554 08:56

กรุณา login ก่อนแจ้งลบความคิดเห็นนี้ Comment No.: 2

ด้วยความเคารพในความคิดเห็นของทุกท่านครับ...แต่ทั้งหมดทั้งมวล เรามาแชร์ประสบการณ์ไม่ดีกว่าหรือครับ...วิศวกรเราสร้างอนาคตด้วยหนึ่งสมองพร้อมกับสองมือ...แม้นเพียงลำพังแค่มือ ก็ยังมีหลังมือ (คล้ำหรือดำ) และฝ่ามือ (ขาว ซีด ชมพู) สรุป...ในคนๆเดียวมือหนึ่งข้างยังมีหน้ามือและหลังมือ แต่ก็ยังสามารถสร้างอนาคตให้เจ้าของมือได้นี่ครับ  งานวิชาชีพของเราคำตอบที่ถูกต้องไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว...แต่หนึ่งเดียวที่มีคือความมั่นคงและความแข็งแรง ถูกต้องมั๊ยครับ...ฉะนั้น หากวิศวกรใหม่ (ซึ่งรวมถึงผมด้วยเมื่อมองที่อายุ) พลาดพลังหรือทำการวิเคราะห์ออกแบบไม่ถูกไม่ต้องในเรื่ององค์ความรู้ใดๆในสายวิชาชีพนี้ที่พี่ๆวิศวกรอาวุโสเห็น...ก็ดีแล้วครับที่มีพี่ๆวิศวกรอาวุโส (ที่ขลังๆ ผ่านการทำงานมามากและถูกต้องตามหลักการ จริง! อิงหลักเหตุผลได้) คอยสอดส่องดูแลเอาใจใส่ (อันนี้เป็นเรื่องที่ดีสุดๆครับ...ถ้าเป็นจริงดั่งว่า) ให้ความอนุเคราะห์คอยแนะหรือประคองน้องๆ...การใดที่หมู่มวลน้องๆทำไม่ถูกต้องในสายตาที่น่าจะเป็นจริงในหลักการทางวิชาการที่ถูกต้อง พ้องพี่ก็ต้องคอยหรือค่อยๆยกตัวหรืออธิบายให้หายสงสัย คงมิใช่แบบว่าพูดพาดมาแล้วผ่านเลย ก็คงไม่ถูกต้องนักใช่มั๊ยครับ...แต่สรุปคือเจตนาของพี่วิศวกรอาวุโสที่ว่ามาน่ะ ดีครับ ผมเห็นด้วย แต่ต้องช่วยกระจายและขยายความประสบการณ์ให้เป็นที่ประจักษ์ด้วยก็น่าจะดีเป็นอย่างยิ่งครับ...อันนี้ขอสนับสนุนครับ


การออกแบบโครงสร้างเพืื่อรับแรงกระทำด้านข้างจากผลการกระเพื่อมของแผ่นเปลือกโลก...การออกแบบที่เป็นแนวประเพณีปฎิบัติไม่ใช่การออกแบบโครงสร้างให้แข็งแรง (หรือมีสตีฟเนสสูง) เพื่อต้านแรงดังกล่าว  แต่ต้องออกแบบโครงสร้างให้สามารถสลายหรือผ่อนคลายแรงดังกล่าวให้เบาลง เช่น การใช้พวก DAMPER DEVICE ต่างๆที่โครงสร้าง หรือการใช้พวก ISOLATED BASE ต่างๆที่ส่วนฐานของโครงสร้าง


ในการวิเคราะห์โครงสร้าง 3 มิติ (ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม) หากมองอยู่แค่พื้นฐานก่อน (ยังไม่ต้องมองไปไกลถึงเรื่องความสมำเสมอหรือความต่ิอเนื่องของรูปทรงอาคาร) จะเห็นว่า...หากแรงจากแผ่นดินไหว (สมมุติเรียกอย่างนี้ก็แล้วกันครับ) เค้าไม่กระทำผ่านจุด c.m.ในแต่ละชั้นของโครงสร้าง  ทั้งโครงสร้างก็จะเกิดการหมุนหรืิอบิดตัว (แล้วรู้มั๊ยแรงอะไรในแต่ละชั้นที่ทำให้เกิดการบิดตัว.....!) ไปทางด้านที่อ่อนแอที่สุดเป็นพื้นฐาน  หากออกแบบโครงสร้างรับแรงด้านข้าง (เช่น TRUSS-FRAME, SHEAR WALL, SHEAR CORE ลฯ พวกเหล่านี้ต้องรู็วิธ๊การวางตำแหน่ง ต้องรู้ว่าจะให้เค้าทำหน้าที่อะไร แล้วจำลองโครงสร้างให้ตรงกับวัตถุปรสงค์และให้ตรงกับขีดจำกัดของโปรแกรมด้วย อย่าอวดเก่งกว่าเจ้าของโปรแกรม) เพื่อมาช่วยต้านแรงดังกล่าวแล้ว แต่ตำแหน่งจุด c.r. ของกลุ่มโครงสร้างรับแรงด้านข้างดังกล่าวไม่ซ้อนทับกับจุด c.m. ของโครงสร้างอาคาร จะเกิดอะไรขึ้น.....ในทางปฎิบัติอาจบังคับได้อยากแต่ก็อาจใกล้เคียง...ก็เพราะเหตุนี้หล่ะ ดังนั้นมาตรฐานจึงระบุเป็นฐานเบื้องต้นว่าในการวิเคราะห์โครงสร้างเพื่อการนี้หมู่เราจะต้องเผื่ออะไร...ไว้ไม่น้อยกว่า 5...ครับ


ส่วนวิธีการวิเคราะห์ก็เช่นกันก็ควรจะก้าวข้ามกรอบเดิมๆที่เคยชินไปสู่แบบ NON-LINEAR แล้ว (ทำไม...!หล่ะ...ก็เพราะวัสดุมันประพฤติตัวก้าวกระโดดไปลอยหน้าลอยตาอยู่ในกรอบของ INELASTIC เสียแล้ว)...และที่ถูกต้องแล้วจะต้องเกี่ยวก้อย DYNAMIC ไปด้วย (ทำไม่...!หล่ะ  อ้าว...ก็เพราะแรงจากแผ่นดินไหวเค้ามีค่ายสังกัด คือเค้าขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของเวลา แบบเต็มๆ)....นอกจากนี้ในส่วนของฐานราก..ถ้าจะให้ดีอาจมองไปถึงมิตรสัมพันธ์กันระหว่างดินและน้ำขณะเกิดแผ่นดินไหวไงครับคือ soil liquefaction อย่างไงหล่ะ...ด้วยความเคารพในความคิดเห็นของผู้อื่น...ขอให้เธอจงโชคดีนะ...ประเทศไทย...บาย!!!!!!

 
By : วิศวกรเผลอตัว
Date/Time : 29/12/2554 16:03

กรุณา login ก่อนแจ้งลบความคิดเห็นนี้ Comment No.: 1

เห็นด้วยครับ  ถ้าวันหนึ่ง ไม่มี Software ไม่มี program ล่ะก็ วิศวกรน้อยที่เชื่อ software จะออกแบบคำนวณโครงสร้างได้อย่างไร ผมเชื่อว่า วิศวกรสมัยเมื่อ 20 ปี ที่แล้ว สามารถคำนวณออกแบบอาคารได้โดยทราบพฤติกรรมโครงสร้าง และจำลองโครงสร้างได้ถูกต้อง เพียงแต่สมัยก่อนไม่มี โปรแกรมที่สำเร็จรูปช่วยเท่านั้นเอง  วิศวกรเด็กๆ สมัยนี้ พอเจอโครงสร้างอะไรก็ สมมติฐานไม่มีจับยัดใส่ software วิเคาระห์อย่างเดียว เชื่อผลการวิเคราะห์ ใส่อะไรเข้าไป ผลก็ออกมาเป็นแบบนั้น


ผมเจอวิศวกรคนนึงที่เคยทำงานที่เดียวกัน เค้าเก่งการใช้ sofware มากๆ แบบว่าใช่ sofware ได้หลายตัวเลย  แต่พอวิเคราะห์เสร็จ เค้ากลับ ไม่สามารถ ทำแบบรายละเอียดโครงสร้างได้ คือน้องเค้า นึกไม่ออกว่าจะ ทำ detail โครงสร้างยังไง สเกตออกมาเป็นแบบไม่ได้เลย  แล้วน้องเค้าก็ทำตัวเป็นคนเก่งในแผนกอย่างมาก ประมาณว่า "ฉันเป็นเทพ" ในการวิเคราะห์โครงสร้างเลย ผมว่าถ้าเค้าเล่นเกมในเนตคงจะเป็น เซียนเกมเลยล่ะ 555555 


 


 

 
By : TTT
Date/Time : 29/12/2554 15:15


ร่วมแสดงความคิดเห็น (Post comment)
โดย
ไฟล์ประกอบ (.jpg .gif .png .swf .pdf .zip .wma .wmv .txt .mpg)
ข้อความ

  หรือ
รหัส
 


 

 

 Close Windows
     
 

 กลุ่มวิชาการ สาระ แลกปลี่ยนความรู้วิศวกรรม โดยการสนับสนุนของ TumCivil.com

  TumCivil Fan Page (กด Like เพื่อติดตาม)

TumCivil Fan Club (พุดคุย ความรู้-แฟนคลับ)

Civil App (DRMK) (App. ออกแบบ Online)

  Software วิศวกรรม (แบ่งปันกันผ่าน FB)

  กลุ่ม QS & Estimate (ถอดแบบประมาณราคา)

  CSI Berkeley Software (พูดคุย Software)

  SketchUp Thailand (กลุ่ม SketchUp)

  แชร์รายการคำนวณ (แบ่งปันรายการคำนวณ)

    แบ่งปัน E-Book และความรู้ทางวิศวกรร

กลุ่มแบ่งปัน CAD / Drawing

คุยเรื่องลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ (คนใช้ CAD อ่าน)

TumCivil Football Club (รวมกลุ่มเตะบอล)

วิศวกร/นายช่าง ประเทศลาว (เพื่อชาวลาว)

กลุ่มภาษาอังกฤษวิศวกรรม (เพื่อรองรับ AEC)

  กลุ่ม สมัครงาน / ลงประกาศงาน - หางาน

  กินไปเที่ยวไปกับนายช่าง


    โปรแกรม Visual RC  (กด Like ติดตาม)      โปรแกรม Quick Design (กด Like ติดตาม)
         Facebook เจ้าของเว็บ - ตั้ม อธิพัชร์ ศรเกตุ
 
 
     
 

 
     
 
     
ความคิดเห็นของคุณ
 หากคุณมีความคิดเห็นเพิ่มเติมสามารถร่วมแสดงความเห็นได้โดยใช้ Form ด้านล่างครับ
  • เคารพกฏกติกาในการใช้งาน สงวนการใช้คำหยาบคายและคำรุนแรงเอาแค่ เหน็บๆกันก็พอครับ
  • เคารพสิทธิของผู้อื่นในการพาดพิง กล่าวหา ว่าร้าย

 * หมายเหตุ

                     =    กระทู้ที่มีผู้ชมสูงสุด   
                    =    กระทู้ที่มีผู้แสดงความเห็นสูงสุด   
                   =    กระทู้ที่มาใหม่
  (reply) =    กระทู้ที่ ตอบ / แสดงความเห็น ได้เฉพาะสมาชิกหรือวิทยากรเท่านั้น
  =    กระทู้ที่มีการ Update
  =    กระทู้ที่มีรูป
  =    กระทู้ที่มีไฟล์ Flash
or  =    กระทู้ที่ตังหรือตอบโดย สมาชิก หรือ วิทยากร
 
 
Copyright Since 2000 ©

การใช้งานระบบ สิทธิประโยชน์อบรม การอบรม - สัมมนา WebService More @ TumCivil
• มาครั้งแรกอ่านที่นี่ครับ
•
การใช้งานระบบ - How to use
•
การสั่งซื้อ - การจอง
•
การชำระเงิน - How to pay
•
Conditions & Policy
•
เกี่ยวกับเรา
•
ติดต่อเรา
• หน้าหลักโครงการ
•
ต่อที่ 1 รับฟรีๆๆ
•
ต่อที่ 2 สะสมแต้ม - ของรางวัล
•
ต่อที่ 3 Member get Member
•
ดูแต้มสะสมคะแนน

• หมวดหลักอบรม - สัมมนา
•
สมาชิก Engfanatic Club
•
รวมรายชื่อวิทยากร
•
บทความทั้งหมด / VDO
•
เว็บบอร์ดรวมทุกหมวด

• หน้าหลัก WebService
•
ขอรหัสผ่านโปรแกรม
•
บริการโปรแกรมบนเว็บ [Online Service]
• หน้าหลัก TumCivil
•
หน้าหลัก Engfanatic
•
หน้าหลัก Downloads
•
เลือกซื้อ Software
ทะเบียนประกอบการพาณิชย์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เลขที่ 7 12 03 0000001 0  "ตั้มซีวิลดอทคอม"  กดเพื่อดูหมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์About | Contact |  ลงโฆษณา
  © Copyright Since 2000 by TumCivil.com (Engineering Software and Training Center) and its affiliate sites TumCivil.com