TumCivil.com Engfanatic Club with Training Center

 
 

  Set Home Page   |   BookMark   |   Print    
SMALL NORMAL LARGE

  เมนูหลักที่ใช้บ่อย :
  • หน้าแรก TumCivil.com
  • หน้าแรก Engfanatic 
  • หน้าส่วนตัวของสมาชิก 
  • หน้าหลักอบรม- สัมมนา 

Member Status : Log In : Register  

View Webboard - ดูเว็บบอร์ด

พื้นที่โฆษณา |  ลงโฆษณา  


 

Advertisment
 



 

หัวข้อกระทู้
 " ทฤษฎีการเรียนรู้ "
 


 
กรุณา login ก่อนแจ้งลบกระทู้นี้ทฤษฎีการเรียนรู้
 
 


2.1  แนวคิดทฤษฏีเกี่ยวกับการเรียนรู้

 

                การเรียนรู้นั้นเกิดขึ้นได้ทุกแห่งในชีวิตประจำวัน  การเรียนรู้อาจเกิดจากการลองผิด

 

ลองถูกจากการวางเงื่อนไข  ซึ่งอาจเป็นความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์เดิมกับสิ่งใหม่ ๆ หรือ

 

การเรียนรู้แบบก็ตาม  ถือว่าเป็นการเรียนรู้ทั้งสิ้น  หรืออาจเกิดจากความต้องการเป็นแรงผลักดัน

 

เพื่อให้เกิดความอยากรู้อยากเห็น  และเมื่อเกิดความอยากรู้อยากเห็นแล้วก็จะลงมือกระทำการต่าง ๆ

 

การเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งแห่งการปรับตัวให้เข้ากับสังคม  สามารถดำรงชีวิตและพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น

 

การเรียนรู้ไม่เพียงพอแต่เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นภายในโรงเรียนเท่านั้น  แต่ยังเกิดขึ้นได้ในสภาพแวดล้อมทั่วไป  การเรียนรู้ของนักเรียนจะเริ่มจากสภาพแวดล้อมทางบ้าน  และขยายกว้างขึ้นเรื่อย  ๆ เมื่อเขาได้ก้าวสู่โรงเรียน  ซึ่งเป็นแหล่งให้ความรู้อย่างเป็นระบบ  รวมทั้งความรู้ในวิชาชีพที่จะนำไป ประกอบอาชีพได้

 

                2.1.1 ความหมายของการเรียนรู้

 

                มีนักศึกษาได้ให้คำจำกัดความของคำว่า การเรียนรู้ เอาไว้มากมาย  ซึ่งพอสรุปได้ว่า

 

นักศึกษาต่างก็เห็นว่า  การเรียนรู้นั้นเป็นกระบวนการหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคคล

 

                Klein (1987 : 102) ได้ให้คำจำกัดความของการเรียนรู้ คือ การเรียนรู้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ถาวรอย่างได้สัดส่วน  ในความสามารถแสดงพฤติกรรม  การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในฐานะผลของประสบการณ์ที่ได้รับความสำเร็จหรือไม่ได้รับความสำเร็จ

 

                Good (อ้างใน  สุรพันธ์ ตันศรีวงษ์. 2538 : 41) กล่าวว่า การเรียนรู้ คือการเปลี่ยนแปลง

 

พฤติกรรม  หรือการเปลี่ยนแปลงในทางตอบสนอง

 

                Hilgard and Bower กล่าวว่า  การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง

 

ไปจากเดิมอันเป็นผลจากการฝึกฝนและประสบการณ์  แต่มิใช่ผลจากการตอบสนองที่เกิดขึ้นตาม

 

ธรรมชาติ  เช่น  สัญชาตญาณ  หรือ  วุฒิภาวะ  หรือจากการเปลี่ยนแปลงชั่วคราวของร่างกาย  เช่น

 

ความเมื่อยล้า  พิษของยา  เป็นต้น

 

                อาจสรุปได้ว่าการเรียนรู้เป็นกระบวนการหนึ่งที่จัดขึ้นเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคคล ที่อาจมีผลสืบเนื่องจากประสบการณ์  หรือการฝึกฝน  โดยมีเป้าหมาย  คือวัตถุประสงค์  ตอบสนองความต้องการ  หรือแก้ปัญหาก็ตาม  การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ใน  3  ด้าน  คือ  ความรู้  ทักษะ  และความรู้สึกที่เป็นผลจากสิ่งเร้า  สิ่งแวดล้อม  ครู  สื่อ  อุปกรณ์การสอน  ครอบครัว  สังคม  กระบวนการจัดการเรียนการสอน  แรงจูงใจ  และมีการตอบสนองจากนักเรียน  ทำให้นักเรียนมีความสนใจใฝ่รู้เข้ามามีส่วนร่วมหลายๆ ครั้ง  จนมีพัฒนาการเป็นนิสัยหรือพฤติกรรม  ในที่สุดแล้วจึงสามารถกล่าวได้ว่าการเรียนรู้เกิดสัมฤทธิ์ผลโดยสมบูรณ์

 

 

องค์ประกอบของการเรียนรู้

 

Gagne (อ้างใน  กมลรัตน์  หล้าสุวงษ์ . 2524:132)  กล่าวว่า  องค์ประกอบสำคัญที่ทำ

 

ให้เกิดการเรียนรู้ประกอบด้วย  3  องค์ประกอบ  คือ

 

1.        ผู้เรียน  (The  Learner)

 

2.        สิ่งเร้า  (Stimulus )  หรือสถานการณ์ต่าง    โดยสิ่งเร้าหมายถึงสิ่งแวดล้อม

 

รอบๆ ตัวผู้เรียนหรือสถานการณ์ต่าง    หมายถึงสถานการณ์หลาย    อย่างที่เกิดขึ้นรอบตัวผู้เรียน

 

3.        การตอบสนอง  (Response)เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อได้รับสิ่งเร้า

 

แต่ในขณะที่  เชียรศรี  วิวิธสิริ  (2527: 23-24)  กล่าวว่า  สิ่งที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ง่าย  ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ  3  ประการ  คือ

 

1.  ตัวผู้เรียนต้องมีความพร้อม  มีความต้องการที่จะเรียน  มีประสบการณ์มาบ้าง

 

แล้ว  และมีทัศนคติที่ดีต่อสิ่งที่จะเรียน

 

2.         ตัวครูจะต้องมีบุคลิกภาพดี  มีความรู้ในเนื้อหาวิชาที่สอนเป็นอย่างดี  มีวิธีการเทคนิค

 

ที่จะถ่ายทอดความรู้ไปสู่ผู้เรียนได้หลายวิธี  และแต่ละวิธีที่ใช้จะต้องเหมาะสมกับแต่ละเนื้อหาวิชา  และต้องรู้จักการใช้สื่อการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับเนื้อหาวิชาที่จะสอน  เพื่อผู้เรียนจะได้เข้าใจง่าย

 

3.         สิ่งแวดล้อม  ต้องมีบรรยากาศในชั้นเรียนดี  มีมนุษย์สัมพันธ์อันดีระหว่างผู้เรียนกับ

 

ผู้สอน  มีสถานที่เรียน  ตลอดจนอุปกรณ์  เช่น  ม้านั่ง  โต๊ะเรียนที่อำนวยความสะดวก  และเหมาะสม  สถานที่เรียนต้องมีบรรยากาศถ่านเทดี  อยู่ห่างไกลจากสิ่งรบกวน  และแหล่งเสื่อมโทรมต่าง    ทางไปมาสะดวก

 

               

 

                สอดคล้องกับ  ปราณี  รามสูต  (2528: 79-82)  กล่าวว่า  องค์ประกอบที่ส่งเสริมการเรียนรู้นั้นแบ่งออกเป็น  4  องค์ประกอบ  คือ

 

1.        องค์ประกอบที่เกี่ยวกับผู้เรียน  ได้แก่  วุฒิภาวะ  และความพร้อม  ในการเรียนรู้ใด   

 

ถ้าบุคคลถึงวุฒิภาวะและมีความพร้อมจะเรียนรู้ได้ดีกว่ายังไม่ถึงวุฒิภาวะ  และไม่มีความพร้อมความสามารถมนการเรียนรู้จากเด็กวัยรุ่นจะเพิ่มขึ้นเรื่อย    จากวัยรุ่นถึงวัยผู้ใหญ่จะคงที่จากวัยผู้ใหญ่หรือวัยชราจะลดลง  ประสบการณ์เดิม ความบกพร่องทางร่างกาย  ยิ่งมีความบกพร่องมากเท่าใด  ความสามารถในการรับรู้และเรียนรู้ก็น้อยลงเท่านั้น  แรงจูงใจในการเรียน  เช่น  รากฐานทางทัศนคติต่อครู  ต่อวิชาเรียน  ความสนใจและความต้องการที่อยากจะรู้อยากเห็นในส่วนที่เรียน

 

2.        องค์ประกอบที่เกี่ยวกับบทเรียน  เช่น  ความยากง่ายของบทเรียนถ้าเป็นบทเรียนที่ง่าย

 

ผลการเรียนรู้ย่อมดีกว่าการมีความหมายของบทเรียน  ถ้าผู้เรียนได้เรียนในสิ่งมีมีความหมายเป็นที่สนใจของเขา  ย่อมทำให้เกิดการเรียนรู่ได้ดีกว่า  ความยาวของบทเรียน  บทเรียนสั้น    จะทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีกว่าบทเรียนที่ยาว  ตัวรบกวยจากบทเรียนอื่น  หรือจากกิจกรรมอื่น  จะขัดขวางการเรียนรู้ในสิ่งนั้น    ไม่ว่าตัวรบกวนนั้นจะเป็นกิจกรรมก่อนหรือหลังการเรียนรู้

 

3.        องค์ประกอบที่เกี่ยวกับวิธีเรียนวิธีสอน  เช่น  กิจกรรมในการเรียนการสอน  ครูควร

 

เลือกกิจกรรมเพื่อให้เกิดผลการเรียนรู้ที่ดีที่สุดแก่นักเรียน  ตามเนื้อหาวิชาและโอกาส  การให้รางวัลและลงโทษ  เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการเรียน  การให้คำแนะนำในการเรียน  โดยครูแนะนำให้ถูกต้องและเหมาะสมจะช่วยให้ผู้เรียนเรียนได้ดีขึ้น

 

4.        องค์ประกอบการสิ่งแวดล้อมอื่น    เช่น  สภาพแวดล้อมทางจิตวิทยา  ได้แก่ 

 

บรรยากาศในห้องเรียน  ความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนต่อนักเรียน  ระหว่างนักเรียนกับครู  สภาพของโต๊ะ  เก้าอี้  ทิศทางลม  แสงสว่าง  ความสะอาด ความเป็นระเบียบ

 

                ในทำนองเดียวกัน  วนิช  บรรจง  และคณะ  (2514:87)  กล่าวเกี่ยวกับองค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ดังนี้

 

                1.  การจูงใจ  การเรียนรู้ต้องมีมูลเหตุจูงใจ  ให้ผู้เรียนเกิดความสนใจที่จะเรียน  การจูงใจอาจทำได้โดยการให้รางวัลและลงโทษ  การให้คะแนน  การยอมรับนับถือจากผู้อื่น  ความสำเร็จในการงาน  การรู้จุดมุ่งหมายของการเรียน

 

2.  ตัวครู ต้องเป็นคนดีในทุก ๆ ด้าน ควรเป็นผู้ที่รักในวิชาที่ตนสอนและต้องปลูกฝังความรักความสนใจและความเข้าใจในตัวเด็ก สนใจผู้เรียน นอกจากนี้ต้องรู้จักใช้กลยุทธ์ของการสอนในรูปแบบต่าง ๆ ตามความเหมาะสมของลักษณะวิชา ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ให้ทันสมัย และทันต่อเหตุการณ์

 

3.  สิ่งแวดล้อมทั้งทางครอบครัว และทางโรงเรียนโดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมทางโรงเรียนมีผลต่อการเรียนรู้เป็นอย่างมาก เช่น สภาพของห้องเรียนที่น่าอยู่น่าอาศัย อุปกรณ์การเรียนการสอนที่เหมาะสมกับบทเรียน

 

4.  อุปกรณ์การศึกษาหรือเครื่องมือที่ครูนำมาประกอบการสอน ช่วยให้ครูสามารถถ่ายทอดข้อเท็จจริง ทักษะต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี และจะช่วยให้ผู้เรียนได้ใช้ประสาทสัมผัสหลายทางช่วยเร้าความ สนใจแก่ผู้เรียน ตลอดจนทำให้ผู้เรียนมีความตั้งใจเรียน ไม่เบื่อหน่ายและรู้สึกว่าตนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน

 

5.  วินัย เป็นเครื่องมือช่วยให้มนุษย์อยู่ร่วมกันด้วยความเรียบร้อย และมีความสุขช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเป็นไปอย่างเรียบร้อย ซึ่งจะส่งผลการเรียนรู้ของผู้เรียน

 

6.  การวัดและการประเมินผลการศึกษา จะช่วยให้เห็นความก้าวหน้าของผู้เรียนได้อย่างแจ่มชัด ทำให้สามารถปรับปรุงผลการเรียนทั้งรายบุคคลและส่วนรวมได้เป็นอย่างดี กล่าวได้ว่านักเรียนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญองค์แระกอบแรกของการเรียนรู้ การเรียนรู้นั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในตัวนักเรียน นักเรียนเป็นผู้ที่รู้ด้วยตนเอง พบเอง เห็นเอง และเปลี่ยนประสบการณ์และพฤติกรรมด้วนตนเอง นอกจากนี้ในการเรียนรู้ยังต้องพิจารณาองค์ประกอบด้านความแตกต่างระหว่างบุคคล เพราะมนุษย์เรามีความแตกต่างกันทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา และความถนัด ความแตกต่างทั้ง 5 ด้านนี้ เป็นองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้โดยตรง อันจะเป็นผลให้มนุษย์เรามีการรับรู้ได้แตกต่างกัน

 

 

                2.1.3 ทฤษฎีการเรียนรู้

 

                ทฤษฎีการเรียนรู้ (Theories of Learning) เป็นพื้นซานเพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับการเรียนการสอนซึ่งทฤษฎีการเรียนรู้นี้จะเป็นหลักของการสอนและวิธีการสอน ทฤษฎีการเรียนรู้แบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ

 

                1.ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม (Behaviorism)

 

นักจิตวิทยาในกลุ่มนี้ ได้ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมที่เห็นชัด สามารถวัดได้ สังเกตได้และทดสอบได้ แนวความคิดของกลุ่มนี้ถือว่าสิ่งแวดล้อมหรือประสบการณ์จะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมและการเรียนรู้จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนอง การแสดงพฤติกรรมจะมีความถี่มากขึ้นถ้าหากได้รับการเสริมแรง แต่นักจิตวิทยาบางคนในกลุ่มนี้ไม่เห็นด้วย และได้เสนอความคิดเห็นว่าการเรียนรู้จะเกิดขึ้นถ้าหากได้รับการเสริมแรง แต่นักจิตวิทยาบางคนในกลุ่มนี้ไม่เห็นด้วย และได้เสนอความคิดเห็นว่าการเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ถ้ามีความใกล้ชิดระหว่างสิ่งเร้า และการตอบสนอง

 

                กมลรัตน์  หล้าสุวงษ์ (2523 : 23) ได้สรุปแนวความคิดของกลุ่มพฤติกรรมนิยมไว้ว่าพฤติกรรมทุกอย่างจะต้องมีสาเหตุ สาเหตุนั้นมาจากวัตถุหรืออินทรีย์ ซึ่งเรียกสิ่งเร้า (Stimulus) เมื่อมากระตุ้นอินทรีย์ จะมีพฤติกรรมแสดงออกมาเรียกว่า การตอบสนอง (Response)

 

ซึ่งก็คือพฤติกรรมจะเกิดขึ้นเมื่อมีสิ่งเร้ามาเร้าอินทรีย์นั่นเอง

 

                กลุ่มพฤติกรรมนิยมสามารถจำแนกทฤษฎีการเรียนรู้หลัก ๆ ได้ 3 ทฤษฎี (พรรณี ช. เจนจิต. 2538 : 275-351)

 

1.              Classical Conditioning หมายถึง การเรียนรู้ใด ๆ ก็ตาม ซึ่งมีลักษณะการเกิดตามลำดับขั้น ดังนี้

 

1.1                       ผู้เรียนมีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าใดสิ่งเร้าหนึ่ง โดยไม่สามารถบังคับได้ มีการสะท้อนกลับ (Reflex) ที่เกิดขึ้นโดยไม่มีการเรียนรู้ (Unlearned หรือ Unconditioned) เป็นไปโดยอัตโนมัติ ผู้เรียนไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมได้

 

1.2                       การเรียนรู้เกิดขึ้นเพราะความใกล้ชิด และการฝึกหัดโดยการนำสิ่งเร้าที่มีลักษณะเป็นกลาง คือ ไม่สามารถทำให้เกิดการตอบสนองได้มาเป็น Conditioned Stimulus (CS) โดยนำมาควบคู่กับสิ่งเร้าที่ทำให้เกิดการตอบสนองในช่วงที่ผู้เรียนเกิดการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เคยเป็นกลางนั้นเรียกว่า เกิดการเรียนรู้ ชนิดมี Conditioned

 

2.              Operant Conditioning  ทฤษฎีนี้ได้เน้นถึงความสำคัญของการเสริมแรงโดย Skinner มีความคิดเห็นว่า การเสริมแรงจะมีส่วนช่วยให้มนุษย์เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม พฤติกรรมของมนุษย์ส่วนใหญ่จะเป็นไปในลักษณะที่ว่าอัตราการแสดงการกระทำต่าง ๆ มักจะมีการกระทำต่อสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เสมอ ๆ พฤติกรรมใดก็ตามที่ได้เป็นการกระทำต่อสิ่งแวดล้อมในลักษณะที่ว่าเป็นผลชองอัตราการตอบสนองซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงได้ เราเรียกสิ่งที่ทำให้อัตราการตอบสนองของผู้เรียนมีการเปลี่ยนแปลงนี้ว่า ตัวเสริมแรง แต่ถ้าพฤติกรรมใดก็ตามไม่มีการเปลี่ยนแปลงแล้วหลักการของทฤษฎีนี้ถือว่าพฤติกรรมนั้นไม่ได้รับการเสริมแรง

 

ทฤษฎีของ Skinner  นี้อาจนำมาใช้ในการวัดพฤติกรรมหรือปลูกฝังพฤติกรรม

 

หรือ สร้างลักษณะนิสัยใหม่ ๆ ได้ วิธีการวัดพฤติกรรมนี้จำเป็นจะต้องใช้สิ่งเสริมแรง เข้าช่วยในระยะที่ผู้เรียนเกิดพฤติกรรมที่จะต้องการปลูกฝัง นั่นคือถ้าผู้เรียนกระทำพฤติกรรมที่ต้องการจะให้เกิดพฤติกรรมแล้วจะต้องรีบให้รางวัลโดยทันที

 

3.  Social Learning  หรือ  การเรียนรู้ทางสังคม  Bendura มีความเห็นว่า คนเรียนรู้ที่จะสังเกตและเลียนแบบพฤติกรรมของตัวแบบ (ซึ่งตัวแบบแจจะได้รับแรงเสริมหรือไม่ได้)กระบวนการเรียนรู้ทางสังคมจะประกอบด้วย

 

                3.1 ความใส่ใจ (Attention)  จัดได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะถ้าผู้เรียนไม่มีความใส่ใจในการเรียนรู้ โดยการสังเกตหรือเลียนแบบก็จะไม่เกิดขึ้น

 

3.2 การจดจำ (Retention) เมื่อผู้เรียนมีความสนใจในการเรียน ผู้เรียนก็จะสามารถจดจำสิ่งต่างๆ เหล่านั้นได้

 

3.3 การลอกเลียนแบบ (Reproduction)  เป็นกระบวนการที่ผู้เรียนแปรสภาพสิ่งที่จำได้ ออกมาเป็นการกระทำหรือแสดงพฤติกรรมที่เหมือนหรืใกล้เคียงตัวแบบ

 

3.4 แรงจูงใจ (Motivation) หมายถึง การเสริมแรง ซึ่งการเสริมแรงอาจจะมาจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยตรง หรือจากการคาดหวังว่าจะได้รับรางวัลเหมือนตัวแบบ (Vicarious) หรือจาการที่ตั้งมาตรฐานด้วยตนเองและได้ให้ข้อเสนอแนะว่า พฤติกรรมทางสังคมหลาย ๆ ชนิด เช่น ความก้าวร้าวอาจจะเรียนรู้ได้โยการเลียนแบบจากตัวแบบ นอกจากนั้นพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับด้านวิชาการก็สามารถเรียนรู้ได้จาการสังเกตและเลียนแบบจากตัวแบบ เช่น  ความมานะพยายาม ความเชื่อมั่น ในตัวเองและทักษะทางสติปัญญา

 

 

2. ทฤษฎีความรู้ความเข้าใจหรือทฤษฎีปัญญา (Cognitive Theories)

 

พรรณี ช. เจนจิต (2538: 404-406) ได้สรุปแนวคิดของนักจิตวิทยากลุ่มนี้มีความเห็นว่าการศึกษาพฤติกรรมควรเน้นความสำคัญของการะบวนการคิด และการรับรู้ของคน ได้ให้ข้อเสนอ แนะว่าคนทุกคนทีธรรมชาติภายในที่ใฝ่ใจใคร่เรียน เพื่อก่อให้เกิดสภาพที่สมดุล ดังนี้ นั้นการที่เด็กได้มีโอกาสเรียนตามความต้องการ และความสนใจของตน จะเป็นสิ่งที่มีความหมายสำหรับเด็กมากกว่าที่ครูหรือผู้อื่นจะบอกให้ ซึ่งก็คือ การจัดการเรียนการสอน โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

 

แนวความคิดของนักจิตวิทยากลุ่มนี้ได้มาจากหลักการของ Field theory  ซึ่ง  Lewin  เป็นผู้เสนอไว้ ทฤษฎีนี้เน้นเกี่ยวกับการรับรู้ของคนซึ่งจะได้รับอิทธิพลทั้งจากวิธีการที่คนจัดสิ่งเร้าเพื่อให้เกิดการรับรู้หรือจากประสบการณ์ หรือจากความสนใจของบุคคล Lewin ได้อธิบายเกี่ยวกับการแสดงพฤติกรรมของคนอันเนื่องมาจากการรับรู้ด้วย “Life Space” ซึ่งคนจะแสดงพฤติกรรมตามสิ่งที่ตนรับรู้ภายใน Life Space นั้นๆ ซึ่งถือว่าเป็น สิ่งแวดล้อมตามที่เรารับรู้ ดังนั้น ในการทำความเข้าใจพฤติกรรมของคน จำเป็นจะต้องรู้ทุก ๆ สิ่งที่เกี่ยวข้องกับคน ๆ นั้นภายในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งโดยเฉพาะ แต่มีหลักการบางอย่างของจิตวิทยากลุ่มนี้ได้รับอิทธิพลจากกลุ่ม Gestal  ซึ่งเน้นเกี่ยวกับเรื่องความเข้าใจอย่างแท้จริง  Bruner ได้ชี้ให้เห็นว่าในการจัดการเรียนการสอนนั้น วิธีที่จะช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ และจำสิ่งที่เรียนไปแล้วได้คือการใช้ เค้าโครง  หรือ โครงสร้าง  เพื่อช่วยให้เด็กมองเห็นภาพรวมของสิ่งที่จะเรียนทั้งหมด ซึ่งจะทำให้เด็กสามารถเข้าใจหลักการของสิ่งที่เรียน ซึ่งจะสามารถนำไปใช้ในเรื่องอื่น ๆ  ได้อีก นอกจานั้นยังเป็นลู่ทางที่เด็กจะสามารถเรียนสิ่งอื่นที่ยุ่งยากซับซ้อนได้ต่อไป

 

ในด้านการจัดการเรียนการสอนนักจิตวิทยากลุ่มนี้ ได้เสนอให้ใช้เทคนิคของ Discovery ซึ่งหมายถึง การที่ให้เด็กได้คนพบวิธีแก้ปัญญาด้วยตนเอง ซึ่งจาการที่เด็กทำได้ด้วยตนเองเช่นนั้น จะช่วยพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเอง และทำให้เด็กคุ้นเคยกับทักษะของการแก้ปัญหา นอกจากนั้นยังมีการใช้เทคนิคของการให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง การเปิดโอกาสให้เด็กทำผิดพลาดและการคิดผิด เพื่อที่จะได้ทราบความคิดของเด็ก ตลอดจนการใช้เทคนิคการสอบถาม (Inquiry) เพื่อฝึกให้เด็กรู้จักการตั้งคำถาม

 

ในปัจจุบันการจัดการศึกษาตามแนวความคิดของกลุ่มนี้ได้ให้ความสนใจกับการจัดการเรียนการสอนในลักษณะ Espoxitory  ซึ่งก็คือ การสอนที่ครูให้ทั้งหลักเกณฑ์และผลลัพธ์แต่เป็นไปในลักษณะที่ผู้เรียนเรียนอย่างรู้ความหมาย โดยที่ถือว่าเป็นการเรียนรู้จะเดขึ้นได้ถ้าในการเรียนรู้สิ่งใหม่นั้นผู้เรียนเคยมีพื้นฐานเดิมซึ่งสามารถเชื่องโยงเข้ากับการเรียนรู้ใหม่ได้ ไม่ได้เป็นการเรียน สิ่งใหม่ทั้งหมดโดยไม่ได้นำความรู้เดิมมาใช้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นการจัดการเรียนการสอนก็จะเป็นไปในลักษณะของการท่องจำ

 

 

 

3. ทฤษฎีของกลุ่มมนุษยนิยม (Humanisticism)

 

กลุ่มมนุษยนิยมจะคำนึงถึงความเป็นคนของคน จะมองธรรมชาติของมนุษย์ในลักษณะที่ว่ามนุษย์เกิดมาพร้อมกับความดีที่ติดตัวมาแต่เกิด มนุษย์เป็นผู้ที่มีอิสระสามารถที่จะนำตนเองและพึ่งตนเองได้ เป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ที่จะทำประโยชน์ให้สังคม มีอิสรเสรีภาพที่จะเลือกทำสิ่งต่าง ๐ ที่จะไม่ทำให้ผู้ใดเดือดร้อน ซึ่งรวมทั้งตนเองด้วย มนุษย์เป็น(ที่มีความรับผิดชอบและเป็นผู้สร้างสรรค์สังคม

 

Maslow (อ้างใน พรรณี ช. เจนจิต 2538: 438-439) ได้เสนอแนวคิดใหม่ เรียกว่า Third Force Psychology ซึ่งมีความเชื่อพื้นฐานว่า ถ้าให้อืสรภาพแก่เด็กเด็กจะเลือกสิ่งทีดีสำหรับตนเอง พ่อแม่และครูได้รับการกระตุ้นให้มีความไว้วางใจในตัวเด็กและควรเปิดโอกาสและช่วยให้เด็กเจริญเติบโตต่อไป ไม่ใช่ใช้วิธีการควบคุมและบงการชีวิตของเด็กทั้งหมดเพื่อให้เป็นไปตามที่ตนเองต้องการ

 

                สรุปได้ว่า (อ้าง ภรณ์ชนก บูรณะเรข) แนวความคิดของกลุ่มมนุษย์นิยมที่เกี่ยวกับการศึกษา  คือ นักเรียนควรจะได้รับความช่วยเหลือให้มีความเข้าใจในตนเอง  มีจุดยืนเป็นของตนเองอย่างชัดเจนว่า ตนเองมีความต้องการสิ่งใดแน่และมีจุดมุ่งหมายในชีวิตอย่างไร  เพราะในปัจจุบันมีสิ่งที่เด็กจะต้องตัดสินใจเลือกมากมาย  คนที่มีจุดยืนที่แน่นอนเท่านั้นจึงจะสามารถเลือกสิ่งที่มีความหมายและก่อให้เกิดความพึงพอใจให้กับตนเองให้ดีที่สุด  นักจิตวิทยาในกลุ่มนี้มีความเห็นตรงกันว่า เด็กควรได้รับความช่วย เหลือจากครูในทุกด้านไม่ใช่เฉพาะการได้รับความรู้  หรือการมีความเฉลียวฉลาดเพียงอย่างเดียว แต่ควรได้รับความช่วยเหลือให้รู้จักศึกษาและสำรวจเกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึก และทำความเข้าใจเกี่ยว กับความรู้สึกนึกคิด  เจตคติ  และจุดมุ่งหมายความต้องการของตนเอง

 

               

 

4. ทฤษฎีผสมผสาน  ( Integrated Theory )

 

                ทฤษฎีการเรียนรู้ของ  Gagne  ( อ้างใน  ปรียาพร  วงศ์อนุตรโรจน์  2543 : 86-88 ) ได้ผสมผสานทฤษฎีพฤติกรรมนิยมกับทฤษฏีความรู้ความเข้าใจ  แล้วสรุปเป็น  8  ขั้นตอนในการเรียนรู้

 

                1.  การเรียนรู้สัญญาณ  ( Sign  Learning ) เป็นการเรียนรู้ที่อยู่ในระดับต่ำสุด  เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ  เช่น  จกการทดลองการหลั่งน้ำลายของสุนัข  เมื่อสุนัขได้ยินเสียงกระดิ่ง  ตามทฤษฎีการเรียนรู้แบบมีเงื่อนไขของ  Pavlov  การเรียนรู้สัญญาณเป็นสิ่งที่เราสามารถสังเกตเห็นจากชีวิตประจำวันของเรา  ได้แก่  การกระพริบตา  เมื่อมีของมากระทบตาเรา

 

                2.  การเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนอง  ( Stimulus  Response  Learning ) เป็นการเคลื่อนไหวของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายต่อสิ่งเร้า  เป็นการเน้นข้อต่อระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนองโดยผู้เรียนเป็นผู้กระทำเอง  เช่น  การทดลองจิกแป้นสีของนกพิราบจากการทดลองของ  Skinner

 

                3.  การเรียนรู้การเชื่อมโยง  ( Chaining )   เป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนองติดต่อกับเป็นการเรียนรู้ในด้านทักษะ  เช่น  การเขียน  การอ่าน  การพิมพ์ดีด  และการเล่นดนตรี  เป็นต้น

 

                4.  การเชื่อมโยงทางภาษา  ( Verbal  Association ) เป็นการเชื่อมโยงความหมายทางภาษาโดยออกมาเป็นคำพูด  แล้วจึงใช้ตัวอักษร  เช่น  การเรียนการใช้ภาษา รวมทั้งการเขียนตัวอักษรด้วย

 

                5.  การแยกประเภท  ( Multiple  Discrimination  Learning ) เป็นความสามารถในการแยกสิ่งเร้าและการตอบสนอง  ผู้เรียนเห็นความแตกต่างของสิ่งของประเภทเดียวกัน  เป็นการจำแนกความแตกต่างด้านทักษะและภาษา  สามารถแยกลักษณะของลายเส้นจากหมึกได้

 

                6.  การเรียนรู้ความคิดรวบยอด  ( Concept  Learning ) เป็นความสามารถที่ผู้เรียนมองเห็นลักษณะร่วมของสิ่งต่างๆ  เช่น  เมื่อนึกถึงวิทยุก็นึกถึงความถี่ของเสียง  การใช้ไฟฟ้าและแบตเตอรี่การรับฟังข่าวสารบันเทิงได้

 

                7.  การเรียนรู้หลักการ  ( Principle  Learning ) เป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากการนำความคิดรวบยอดสองความคิดหรือมากกว่านั้นมาสัมพันธ์กัน  แล้วสรุปตั้งเป็นกฎเกณฑ์ขึ้น  เช่น  ไฟฟ้าเป็นสื่อนำความร้อน

 

                8.  การเรียนรู้การแก้ปัญหา  ( Problem - Solving ) การเรียนรู้ด้วยการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากที่ผู้เรียนนำหลักการที่มีประสบการณ์มาก่อนมาใช้ในการแก้ปัญหา  เป็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมและปัญหา  เช่น  ไฟฟ้าเป็นสื่อนำความร้อน  เราก็นำไฟฟ้ามาใช้หุงต้มได้

 

                ทฤษฎีการเรียนรู้โดยการผสมผสานหลักการเรียนรู้ตามทฤษฎีต่าง ๆ  เข้ามาร่วมกันเพื่อทำให้นักเรียนสามารถเลือกใช้หรือเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว  ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องมีการผสมผสานหลักทฤษฎีเข้าด้วยกัน  การจัดกระบวนการให้เชื่อมโยงถ่ายโอนความรู้หรือแยกแยะให้เห็นความแตกต่าง  แล้วเอาความรู้พื้นฐานของตนมาร่วมคิดประกอบก่อนตัดสินใจ ตอบสนอง  หรือแก้ปัญหานั้น ๆ

 


 

.

 

 

By : แก้วกล้า มีชัยโย
 D/T: 02/02/2551 21:42
 

จำนวนคนอ่าน 75790 คน จำนวนคนโหวต 66 คน

คุณเห็นด้วยกับกระทู้นี้หรือไม่

เห็นด้วย
   ไม่เห็นด้วย

เห็นด้วย 62 คน
93.94 %
ไม่เห็นด้วย 4 คน
6.06 %

หมายเหตุ !!  คลิกที่รูป เมื่อท่านเห็นว่าความเห็นที่แสดง ไม่เหมาะสม  

โดยสมาชิกสามารถใส่ชื่อแจ้งลบไว้ ถ้าถึง 3 ท่าน ระบบจะลบความเห็นนั้นทันที




กระทู้นี้สามารถ ตอบ / แสดงความเห็น ได้ทุกคน
(สมาชิก / วิทยากรจะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใดๆ ถ้า Sign - In แล้ว ดู โพสต์ได้หมด)

 
เรียงตาม แสดง

กรุณา login ก่อนแจ้งลบความคิดเห็นนี้ Comment No.: 14

 อยากทราบความหมายของคำว่า "ทฤษฎีการเรียนรู้" มากค่ะว่าคืออะไร ช่วยตอบให้หายคล่องใจหน่อยนะคะ จะเป็นพระคุณอย่างสูง ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ 

 
By : tp fine
Date/Time : 10/06/2556 19:45

กรุณา login ก่อนแจ้งลบความคิดเห็นนี้ Comment No.: 14

 อยากทราบราบชื่ออาจารย์ที่เป็นวิทยากรเจ๋งๆเกี่ยวกับทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อพัฒนาระบบการเรียนการสอน


ขอเบอร์ติดต่อด้วยนะคะขอบคุณค่ะ

 
By : ครูอัม
Date/Time : 12/12/2555 10:05

กรุณา login ก่อนแจ้งลบความคิดเห็นนี้ Comment No.: 13

ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ

 
By : สุภาภรณ์
Date/Time : 27/08/2555 20:03

กรุณา login ก่อนแจ้งลบความคิดเห็นนี้ Comment No.: 12

ฝากเว็บดี มีสาระด้วยนะค่ะ


กีฬา การละเล่นพื้นบ้าน ประเพณี วัฒนธรรมและภูมิปัญญา ประวัติศาสตร์ สถานที่ท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์ มรดกโลก วรรณกรรม วรรณคดี สุขภาพ ออกกำลังกาย รักษาเส้นผม การดูแลผิวหน้า ความงามบนใบหน้า

 
By : Prangry
Date/Time : 07/07/2555 17:28

กรุณา login ก่อนแจ้งลบความคิดเห็นนี้ Comment No.: 11

ล้านคนทั่วโลก ส่งดอกไม้ และของขวัญแสดงความยินดีซึ่งกันและกัน วันคล้ายวันเกิดวันหยุดพักผ่อนหรือเพียงต้องการที่จะทำให้ดีใจที่เพื่อนของพวกเขาญาติหรือคู่ค้าทางธุรกิจเป็นเหตุผลหลักที่จะทำมัน ที่ว่าทำไม ร้านดอกไม้ เราอยู่ที่นี่: เพื่อให้คุณมีโอกาสที่จะ ส่งดอกไม้ ได้ง่ายขึ้นเพื่อคนที่คุณรักใน แม้ว่าระยะทางที่ป้องกันไม่ให้คุณทำมันเอง ร้านดอกไม้ online flower order and delivery service all over Thailand by Bangkok Flowers Order flowers, roses, and gift baskets online at  Bangkok Flowers with free delivery! Flowers Thailand most experienced florist, for same day flower delivery.

 
By : Bangkok Flowers
Date/Time : 26/04/2555 16:48

กรุณา login ก่อนแจ้งลบความคิดเห็นนี้ Comment No.: 10

 ขอบคุณมากนะค่ะ

 
By : ผกามาศ
Date/Time : 02/11/2554 15:10

กรุณา login ก่อนแจ้งลบความคิดเห็นนี้ Comment No.: 9

ขอขอบมากที่ให้ความรุ

 
By : ณัฐธิดา
Date/Time : 31/08/2554 18:31

กรุณา login ก่อนแจ้งลบความคิดเห็นนี้ Comment No.: 8

ได้ความรู้มากครับขอบคุรครับ อยากขอคำแนะนำ เวบไซด์งานวิจัยเกี่ยวกับจิตวิทยาด้วยจะได้ไหมครับ (ในชั้นเรียน) จะได้นำมาปรับใช้กับนักเรียนได้ จะเป็นพระคุณอย่างสูง....... sailomlux@hotmail.com...... ขอบคุณครับ

 
By : สอบถาม
Date/Time : 25/07/2554 20:36


ร่วมแสดงความคิดเห็น (Post comment)
โดย
ไฟล์ประกอบ (.jpg .gif .png .swf .pdf .zip .wma .wmv .txt .mpg)
ข้อความ

  หรือ
รหัส
 


 

 

 Close Windows
     
 

 กลุ่มวิชาการ สาระ แลกปลี่ยนความรู้วิศวกรรม โดยการสนับสนุนของ TumCivil.com

  TumCivil Fan Page (กด Like เพื่อติดตาม)

TumCivil Fan Club (พุดคุย ความรู้-แฟนคลับ)

Civil App (DRMK) (App. ออกแบบ Online)

  Software วิศวกรรม (แบ่งปันกันผ่าน FB)

  กลุ่ม QS & Estimate (ถอดแบบประมาณราคา)

  CSI Berkeley Software (พูดคุย Software)

  SketchUp Thailand (กลุ่ม SketchUp)

  แชร์รายการคำนวณ (แบ่งปันรายการคำนวณ)

    แบ่งปัน E-Book และความรู้ทางวิศวกรร

กลุ่มแบ่งปัน CAD / Drawing

คุยเรื่องลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ (คนใช้ CAD อ่าน)

TumCivil Football Club (รวมกลุ่มเตะบอล)

วิศวกร/นายช่าง ประเทศลาว (เพื่อชาวลาว)

กลุ่มภาษาอังกฤษวิศวกรรม (เพื่อรองรับ AEC)

  กลุ่ม สมัครงาน / ลงประกาศงาน - หางาน

  กินไปเที่ยวไปกับนายช่าง


    โปรแกรม Visual RC  (กด Like ติดตาม)      โปรแกรม Quick Design (กด Like ติดตาม)
         Facebook เจ้าของเว็บ - ตั้ม อธิพัชร์ ศรเกตุ
 
 
     
 

 
     
 
     
ความคิดเห็นของคุณ
 หากคุณมีความคิดเห็นเพิ่มเติมสามารถร่วมแสดงความเห็นได้โดยใช้ Form ด้านล่างครับ
  • เคารพกฏกติกาในการใช้งาน สงวนการใช้คำหยาบคายและคำรุนแรงเอาแค่ เหน็บๆกันก็พอครับ
  • เคารพสิทธิของผู้อื่นในการพาดพิง กล่าวหา ว่าร้าย

 * หมายเหตุ

                     =    กระทู้ที่มีผู้ชมสูงสุด   
                    =    กระทู้ที่มีผู้แสดงความเห็นสูงสุด   
                   =    กระทู้ที่มาใหม่
  (reply) =    กระทู้ที่ ตอบ / แสดงความเห็น ได้เฉพาะสมาชิกหรือวิทยากรเท่านั้น
  =    กระทู้ที่มีการ Update
  =    กระทู้ที่มีรูป
  =    กระทู้ที่มีไฟล์ Flash
or  =    กระทู้ที่ตังหรือตอบโดย สมาชิก หรือ วิทยากร
 
 
Copyright Since 2000 ©

การใช้งานระบบ สิทธิประโยชน์อบรม การอบรม - สัมมนา WebService More @ TumCivil
• มาครั้งแรกอ่านที่นี่ครับ
•
การใช้งานระบบ - How to use
•
การสั่งซื้อ - การจอง
•
การชำระเงิน - How to pay
•
Conditions & Policy
•
เกี่ยวกับเรา
•
ติดต่อเรา
• หน้าหลักโครงการ
•
ต่อที่ 1 รับฟรีๆๆ
•
ต่อที่ 2 สะสมแต้ม - ของรางวัล
•
ต่อที่ 3 Member get Member
•
ดูแต้มสะสมคะแนน

• หมวดหลักอบรม - สัมมนา
•
สมาชิก Engfanatic Club
•
รวมรายชื่อวิทยากร
•
บทความทั้งหมด / VDO
•
เว็บบอร์ดรวมทุกหมวด

• หน้าหลัก WebService
•
ขอรหัสผ่านโปรแกรม
•
บริการโปรแกรมบนเว็บ [Online Service]
• หน้าหลัก TumCivil
•
หน้าหลัก Engfanatic
•
หน้าหลัก Downloads
•
เลือกซื้อ Software
ทะเบียนประกอบการพาณิชย์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เลขที่ 7 12 03 0000001 0  "ตั้มซีวิลดอทคอม"  กดเพื่อดูหมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์About | Contact |  ลงโฆษณา
  © Copyright Since 2000 by TumCivil.com (Engineering Software and Training Center) and its affiliate sites TumCivil.com